เว็บบอร์ด สมุดเยี่ยม
     
 
ข่าว
 
สันติอาสา สักขีพยาน "เสียงกระซิบจากความเงียบ"

"สันติอาสาสักขีพยาน เป็นการลงพื้นที่หลังปฏิบัติการทางทหาร เพื่อสังเกตการณ์เป็นพยาน 'ฝ่ายที่สาม' ช่วยให้เกิดการสื่อสารความต้องการของประชาชนสู่เจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนลดความเข้าใจผิดของประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ทหาร และที่สำคัญคือ รวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่ เรียบเรียงและเผยแพร่ในสื่อสาธารณะ เพื่อสะท้อน 'ความจริง' อีกด้านที่สื่อกระแสหลักไม่ใคร่นำเสนอ 'สันติอาสาสักขีพยาน' มุ่งหวังให้การสะท้อน 'ความจริง' ที่เคยเงียบงันนี้ ช่วยให้สังคมไทยเห็นมิติที่ซับซ้อนของปัญหาความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ และตั้งคำถามข้อเท็จจริงด้านเดียวที่ตนเคยเชื่อ ด้วยบทบาทเช่นนี้ 'สันติอาสาสักขีพยาน' จึงเป็นเสมือนเสียงกระซิบจากความเงียบที่แม้จะแผ่วเบา แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ความเงียบงันสิ้นสุดลง"

         

          สันติอาสา สักขีพยาน “เสียงกระซิบจากความเงียบ” คือหนังสือที่น่าสนใจอีกเล่มหนึ่งที่ผู้เขียนบอกอย่างชัดเจนว่า เป็นการนำเสนอเรื่องราวของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่ใคร่ปรากฏหรือเป็นที่รับรู้ในสังคมไทย และเขียนขึ้นจากประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ จึงไม่ยากเลยที่เมื่ออ่านแล้วจะเกิดอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อหาที่นำเสนอ ยิ่งมีภาพประกอบที่สื่อเรื่องราวได้ดี ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ เช่น หน้า 56-57 ที่ผู้เป็นแม่อายุราว 60 ได้ไปเยี่ยมลูกชายผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งจากประสบการณ์ของคนในพื้นที่ก็เป็นที่ทราบกันดี  เพราะมีตัวอย่างให้เห็น เช่น โต๊ะอิหม่ามหลายคนที่ถูกสงสัย  หรือใครที่ถูกสงสัย เพียงแค่การถูกกล่าวหาหรือการสงสัยนั้นก็อาจนำไปสู่ความตาย หากใครผู้มีหัวใจความเป็นแม่ย่อมรู้สึกเป็นอย่างดี ภาพนั้นได้สะท้อนให้เห็นว่า แม่กำลังโบกมือลาลูกขณะที่ลูกถูกควบคุมตัวจากเจ้าหน้าที่

 


           นอกจากงานเขียนเล่มนี้จะเขียนขึ้นด้วยประสบการณ์แล้วยังจัดได้ว่าเป็นงานเขียนที่ถอดใจเขียน ดังนั้น การอ่าน หากผู้อ่านถอดใจออกมาอ่านบ้างก็จะยิ่งทำให้ได้รับรู้อารมณ์ต่างๆของเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดีทีเดียว เช่น สมมติว่าโต๊ะอิหม่ามหรือคนที่ถูกทำร้ายเป็นพ่อหรือเป็นคนรักของเราที่ถูกทำร้าย เราจะรู้สึกอย่างไร หรือหากลูกสาว ภรรยาของเราถูกข่มขืน เราจะรู้สึกอย่างไร เป็นต้น

 

           ยังมีการนำเสนอที่น่าสนใจอีกหลายกรณี เช่น หน้า 97 ที่นำเสนอผู้หญิงคลุมหน้าด้วยผ้าฮิญาบ กับทหารที่ใช้ผ้าคลุมหน้า หากอ่านแบบไม่คิดก็อาจจะเป็นภาพที่ไม่สำคัญอะไร แต่หากพิเคราะห์ดูจะเห็นความเหมือนที่แตกต่างกัน คือ ผู้หญิงปิดหน้าตามหลักการอิสลาม ซึ่งผู้หญิงมีลักษณะของความอ่อนโยน นุ่มนวล แต่ผู้ชายผู้เป็นทหารที่ปิดหน้านั้นเป็นการปิดหน้าด้วยหลักการทหาร คือ มีอาวุธพร้อม อันแสดงถึงความแข็งกร้าว ภาพความเหมือนแห่งความแตกต่างนี้เป็นการเปรียบเทียบที่น่าสนใจอีกเช่นกัน


           สุดท้าย หากจะลองพิจารณาที่ภาพปกซึ่งเป็นกุหลาบสีดำ และจงใจมีช่องว่างให้เห็นภาพกลุ่มผู้หญิงเสมือนอยู่ข้างในดอกกุหลาบสีดำ ย่อมสื่อนัยสำคัญบางประการอันเป็นหัวใจของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ตามธรรมดากุหลาบคือสัญลักษณ์แห่งความรัก กุหลาบในที่นี้ก็คงไม่ต่างกัน แต่เป็นความรักในเพื่อนมนุษย์ และสีดำมักสื่อนัยแห่งความเศร้าหมอง ความตาย และกลุ่มผู้หญิงในดอกกุหลาบซึ่งเมื่อคลี่หรือเปิดปกหนังสือเข้าไปก็จะพบว่าคือผู้หญิงที่กำลังชุมนุมประท้วง เป็นตัวแทนแห่งความรักที่มีเรื่องราวของความเศร้าหมองหรือความตายเข้ามาเกี่ยวข้อง การกระทำดังกล่าวเป็นลักษณะหนึ่งที่แสดงออกถึงความรุนแรงซึ่งย่อมขัดกันกับความอ่อนโยนอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นหญิง ก็อาจจะทำให้เกิดคำถามมากมาย เช่น อะไรที่ทำให้เกิดการชุมนุมของพวกเธอ หากพวกเธอในนามผู้หญิงไม่เจ็บปวดสุดๆพวกเธอจะออกมาหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นทำไมพวกเธอจึงออกมา ซึ่งภาพปกก็อาจจะสื่อได้ถึงศักดิ์ศรี เกียรติยศ และเหนืออื่นใด “เสียงกระซิบจากความเงียบ” นี้ มีคำตอบอยู่แล้วถึงที่มาที่ไป ถึงเรื่องราวของการลุกขึ้นมากระซิบบอก ที่ราวกับว่าการกระซิบจะก้องกังวานสู่โสตประสาทมากยิ่งกว่าการป่าวประกาศด้วยเสียงอันดัง


           สิ่งเหล่านี้คือ ตัวอย่างอันน้อยนิดที่น่าสนใจ ซึ่งทำให้เห็นได้ว่าหนังสือเล่มนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเชิงอรรถที่ 3 หน้า 41-42 ปรากฏคำว่า “ไล่ยิงชาวบ้าน” “ทหารพรานตามเข้าไปทำร้ายเขาด้วยไม้” “การข่มขืน” ก็เป็นคำบอกเล่าที่หลายๆคนอาจจะไม่เคยได้ยินว่าจะเกิดขึ้นจริง หรือเกิดขึ้นจริงๆหรือ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร การอ่านหนังสือเล่มนี้จะทำให้เกิดคำถามที่ผู้อ่านอาจจะไม่เคยคิดถามก็ได้ ซึ่งแต่ละคำถามช่างล้วนเป็นคำถามที่น่าสะเทือนใจยิ่ง

 
 
เปิดโลกสายบุรี : นี่คือชีวิตลุ่มน้ำ  
 
 

ปรากฏการณ์น้ำแดง : สึนามิแห่งลุ่มน้ำ
เมื่อประมาณ 40 ปีมาแล้ว (ราวพ.ศ. 2511) มีหลักฐานยืนยันจากคำบอกเล่าของผู้อาวุโส ณ บริเวณเทือกเขาบูโด  ซึ่งเป็นบริเวณต้นน้ำหนึ่งของลุ่มน้ำสายบุรี เกี่ยวกับปรากฏการณ์น้ำแดง (สึนามิแห่งลุ่มน้ำ) ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ทำให้สันนิษฐาน

เนื่องจากภาพ

ตะเกียงโมเสส กับ แพะสองตัว
ปฐมบทแห่งลุ่มน้ำสายบุรี

ปฐมบทแห่งลุ่มน้ำสายบุรี
จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับลุ่มน้ำสายบุรีในเบื้องต้นทำให้เข้าใจว่า ลุ่มน้ำสายบุรีมีแหล่งกำเนิดจากแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย (ต่อ)

นกเงือกแห่งเทือกเขาบูโด

นกเงือกแห่งเทือกเขาบูโด
วันนี้ เรามีนัดกับเกษตรตำบลกาเยาะมาตี และแกนนำของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล เพื่อให้พาทีมวิจัยไปดูพื้นที่และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการน้ำทั้งแบบรัฐและแบบชาวบ้าน (ต่อ)

ไอร์ : นัยแห่งสายน้ำ

ไอร์ : นัยแห่งสายน้ำ
“สายบุรี” ชาวไทยเชื้อสายมลายูเรียกว่า "ตะลุบัน" (Taluban; Teluban) หรือในภาษามาเลย์-สันสกฤตเรียกว่า "เซลินดุงบายู" (Selindung Bayu) แปลว่า ที่กำบังลมพายุ และเป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นถึง (ต่อ)

 

 
 
สีสันชายแดน : แสนสุข ทุกข์เศร้า คละเคล้ากันไป  
 
 
ก๊ะนี ที่มายอ :  ซุปไก่บ้านจานเลิศ
ันนี้ทั้งสองมีความสุขเมื่อได้พบลูกค้าเก่าแก่ เราไม่ได้พูดอะไรมาก ต่างก็รู้และเข้าใจกันว่า เราต่างมาพบกันด้วยความปรารถนาดี และอาหารเราได้ลิ้มรสด้วยลิ้น จิตใจเราสัมผัสด้วยแววตา (ต่อ)

 

 

ราคาน้ำมันวันนี้
 

เสียงประทัดที่ปัตตานี : เกียฮ่อซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น

เกียฮ่อซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น คือ สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆ จีนแต้จิ๋วก็ว่า ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ จีนกลางก็ว่า ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาฉาย แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่ (ต่อ)

เล่งจู้เกี้ยง : วันนี้ไม่เงียบเหงา

เล่งจู้เกี้ยง : วันนี้ไม่เงียบเหงา
เมื่อวานผ่านไปแบบอุ่นเครื่อง ทุกบ้านเรือนร้านค้าต่างก็ไหว้บรรพบุรุษกันอยู่ที่บ้าน มีส่วนน้อยที่ออกไปไหว้นอกบ้าน แต่ไม่น้อยทีเดียวเมื่อตอนเย็นๆที่ศาลเจ้าเล่งจู่เกี้ยงหรือลิ้มก่อเหนี่ยว (ที่ย้ายมาจากที่เดิม (ต่อ)

ปัตตานี : สีสันวันเด็ก 2552 เสียงแห่งความหวัง
นับตั้งแต่ยามเช้า เหมือนกับฟ้าไม่เต็มใจ บรรยากาศมืดครึ้มไปหมด ลมพัดแรง พัดพาเอาฝนห่าใหญ่ตกมาตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ทำให้รู้สึกใจหายว่าวันเด็กปีนี้จะเงียบเหงา หรือเด็กๆอาจจะไม่ได้ไปเที่ยว (ต่อ)

 
 
เครือข่ายสันติวิธี ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี พิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติฯ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฯ ศูนย์ข่าวอิศรา สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ
Copyright 2009 : ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ม. มหิดล ศาลายา ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติและเครือข่ายเรียนรู้ท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์ฯ มอ. ปัตตานี