Ortho TriCyclen-LO

arrow Friday, 28 November 2014  
 
<---ตั้งแต่ ก.ค. 54 ศูนย์ฯสันติวิธีและศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาฯ ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานเป็น "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา(สสมส.)"แล้ว
Search this site
จุลสารสานสันติ
ลุ่มน้ำสายบุรี
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 2666445
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ศิลปะ ความรัก และสันติวิธี PDF พิมพ์ ส่งเมล

ศิลปะ ความรัก และสันติวิธี

โดย ศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า (อาริยา  โมราษฎร์)

กิจกรรมศิลปะนำไปสู่การเรียนรู้และความเข้าใจ

      "   ผมไม่คิดว่าจะมีใครมาลงพื้นที่ลักษณะนี้ ในเวลานี้  "

ท่านผอ.โรงเรียนบ้านป่าไร่ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี  กล่าวกับทีมจัดค่ายศิลปะและธรรมชาติจาก จ.สุรินทร์ 

       จากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ที่ เรื้อรังมาหลายปี อยู่ในภาวะที่อึดอัด เป็นความทุกข์ เป็นการสูญเสียของพี่น้อง ญาติมิตร คนรัก ในภาวะอย่างนี้ การให้กำลังใจ การให้ความรักต่อกันเป็นสิ่งที่เราน่าจะได้แสดงออกมาให้กันและกันรับรู้ ชีวิตมนุษย์ควรดำรงอยู่ ด้วยความรัก ความศรัทธา เราควรจะรักและศรัทธาในมนุษย์ ศรัทธาในกันและกัน มองความเจ็บปวดของเพื่อนญาติมิตร เป็นความเจ็บปวดของเรา

         เสน่ห์ จามริก (2547) ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาว่า ".. ในสถานการณ์ของความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่เรียกว่า เป็นกระแสความคิด ความต้องการที่สุดโต่งทั้งสองด้าน ทั้งความคิดสุดโต่งด้านความมั่นคงซึ่งเป็นวัฒนธรรมทางการเมือง การปกครองมานาน และแนวทางสุดโต่งที่ปะทุขึ้นมาเพื่อตอบโต้รัฐในอีกด้านหนึ่ง ทางออกของปัญหาคือ การสร้างทางเลือกให้กับประชาชนคนสามัญ โดยการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด ความต้องการ อุดมการณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งต้องการที่จะดำรงชีวิตร่วมกันโดยปรกติสุข มีการเคารพในสิทธิ เสรีภาพซึ่งกันและกัน ยอมรับในเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ซึ่งกันและกันโดยดำเนินการอย่างเป็นขั้น เป็นตอนเป็นกระบวนการ

ในช่วง 3 ปี หรือ 4 - 5 ปีข้างหน้า แนวทางนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยตรง แต่จะช่วยคลี่คลายปัญหา ช่วยคลี่คลายความหวาดระแวง และประการสำคัญ ช่วยคลี่คลายความมุ่งมาดปรารถนาของการใช้กำลัง เพราะว่าการใช้กำลังไม่ว่าจากฝ่ายไหนก็ตาม ถ้าขาดเสียซึ่งฐานความเห็นชอบของประชาชนส่วนใหญ่แล้ว ไม่คิดว่าจะเป็นความยั่งยืน.."

โครงการเยียวยา

         การที่ศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า  ร่วมกับ    ศิษย์เก่ามอ.ปัตตานี    ( มหาวิทยาลัย

สงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี) มีโอกาส ไปจัดค่ายศิลปะและธรรมชาติ ในช่วง ต้นเดือน กรกฏาคม 2550  นับเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้สัมผัสและ เข้าใจ เรียนรู้ความเป็นจริงในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครภาคประชาชนเพื่อจังหวัดชายแดนภาคใต้และโครงการวิจัยพื้นที่ชุ่มน้ำ มอ.ปัตตานี โดยมี คุณลม้าย มานะการ เป็นผู้ประสานงาน และ  อาจารย์นุกูล รัตนดากุล เป็นที่ปรึกษาโครงการ  จัดกิจกรรมค่ายศิลปะและธรรมชาติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการศิลปะให้กับเยาวชน 

          29 มิ.ย. - 1 ก.ค. 50 จัดค่ายศิลปะและธรรมชาติ   ณ หอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  มีนักศึกษาเข้าร่วมประมาณ 20 คน มาจาก เอกนิเทศศาสตร์ เอกประถมศึกษา เอกพัฒนาชุมชน มีเจ้าหน้าที่องค์กรงานวิจัยและอาจารย์ที่สนใจ ร่วมกันเรียนรู้ศิลปะ งานที่สร้างได้ง่ายๆ จากการสังเกตธรรมชาติรอบตัว   

               นางสาวนิอัสน๊ะ  กูโน  เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริม  มอ.ปัตตานี เล่าว่า     " ก่อนวาดรูป วิทยากรก็พาเล่นเกม สนุกสนาน ทำให้รู้สึกสบายๆ เวลาวาดรูปก็ตั้งใจมาก จากกิจกรรมที่เราอบรม เราก็นำมาใช้ในงาน เช่น เวลาเราไปเยี่ยมในพื้นที่ ผู้สูญเสีย  เด็กๆ อยู่ในภาวะสูญเสียญาติพี่น้อง แต่เราก็เข้าไปคุย เอาสี เอากระดาษ ไปพาเด็กวาดรูป ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต ทุกคนชอบวาดรูปมาก เราก็รู้สึกดี ที่มีส่วนทำให้เขาผ่อนคลาย   "   

Image  

               นายธีรศักดิ์ ขวัญสุรัตน์  นักศึกษาเอกนิเทศน์  ปี 3     ประธานชมรมอาสาพัฒนาชนบท  มอ.ปัตตานี  พูดถึงความประทับใจว่า "  ค่ายศิลปะทำให้ได้ความรู้ได้รู้จักกับเพื่อน การทำงานร่วมกับคนอื่นเป็นทีมและที่สำคัญศิลปะสามารถที่จะสื่อถึงสิ่งต่างๆด้วยภาพวาดสื่อถึงสิ่งที่เราคิดและขับออกมาจากจิตใจของเราลงบนงานศิลปะ  "       

                อาจารย์ อลิสา  หะสาเมาะ แผนกวิชาพัฒนาสังคม มอ.ปัตตานี  กล่าวว่า

" ค่ายนี้มีกระบวนการของกิจกรรมที่น่าสนใจ  ในกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกค่าย เกมแต่ละเกมที่ทำให้เรารู้จักกัน การเล่นเกม  น่าสังเกตว่า ไม่มีคำสั่ง เช่น  จงทำให้เป็นวงกลม แต่ การทำเป็นวงกลม มาจากการที่เราค่อยๆจับคู่กัน จาก หนึ่งเป็นสอง จากสอง เป็นสี่ ร้อยเรียง ต่อตัวไปเรื่อยๆ มันเหมือน ค่อยๆเป็นขั้นตอน ไปเรื่อยๆ เป็นการขออย่างน่ารัก และเราก็สบายใจที่จะอยู่ในวงการเล่น   เป็นการไม่ใช้อำนาจ หรือคำสั่ง ซึ่งประเด็นนี้สำคัญมาก หรือการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เหมือนกัน  เป็นภาพที่ถูกสั่งมาจาก "ข้างนอก " หรือไม่ก็ เป็นการสั่งการจาก บน ลง ล่าง มันไม่ได้เกิดจาก กลไกภายใน เช่น ข่าว หรือ สื่อ หรือ การให้นโยบายอะไรก็ดี เป็นการบอกให้ทำ  แต่ เขาไม่รู้จักคนในพื้นที่จริงๆ ไม่รู้ว่า เพื่อนชอบอะไร เพื่อนรู้สึกอย่างไร เพื่อนคิดอย่างไร ทุกอย่างเป็นรายละเอียด แต่เป็นสิ่งจำเป็น ที่เราต้องรู้จักเพื่อน ไม่อย่างนั้นเราเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เรารัก สมานฉันท์กันอย่างไร เมื่อต่างคนต่างไม่รู้จักกัน   มีแต่สิ่งที่ให้ทำตาม มันเหมือนกับว่าต้องการสันติภาพ    แต่ สันติภาพ ต้องเกิดจากข้างใน  "

          4-5 ก.ค. 50 เราจัดค่ายศิลปะเด็กที่โรงเรียนบ้านควนแตน ต.ท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ป. 5-6 จำนวน 40 คน ภาคเช้า ผู้นำชาวบ้านและคุณครูพาเด็กเดินสำรวจป่าชุมชนท่าเรือ ที่มีเนื้อที่ 91 กว่าไร่ มีลำน้ำผ่านกลางป่า ต้นไม้ขนาด 5 คนโอบก็มี   เด็กๆเดินป่า ก็บ่นอยากเล่นน้ำ แต่ไม่มีเวลา ภาคบ่าย เป็นพื้นฐานการละครและศิลปะ

           คุณสมพร  สังข์สมบูรณ์  คณะกรรมการสถานศึกษาชุมชนบ้านควนแตน เล่าว่า

 " แต่ละกิจกรรมแฝงแง่คิด เป็นการสร้างฐานคิดที่ดี  อย่างเช่น ใบไม้ ที่เราให้เด็กเก็บจาก ใบที่ร่วงหล่นแล้วนำมาทาบกับกระดาษ มาลอกไปรอบใบไม้ ดูรายละเอียดที่ขอบแต่ละใบ หยัก  ได้สังเกต รายละเอียดเต็มที่  จากนั้นก็มาแต้มสี เป็นการลงความคิด ที่เราอยากให้เป็น"    

Image 

             ทีมจัดกิจกรรมค่ายศิลปะและธรรมชาติ ไปถึงที่ รร.บ้านป่าไร่ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ในบ่ายอ่อนๆที่ 6 ก.ค. 50  การลงพื้นที่ แลกเปลี่ยนแนวคิดกับครูและชาวบ้าน ผู้นำ   เราเห็นภาพที่แม่บ้านมุสลิมขี่มอเตอร์ไซค์ หลายคันเข้ามาที่โรงเรียน มีเด็กตัวเล็กซ้อนท้ายและมาส่งลงที่ ค่ายของเรา เธอส่งลูกจากอ้อมกอดของเธอ สู่ อ้อมกอดแห่งมิตรภาพ ไม่ได้มีความระแวง หรือแตกต่างกัน

                นางสาวอัฟซีละห์  ยูโซะเจ้าหน้าที่โครงการเยียวยา มอ.ปัตตานี พูดถึงความรู้สึกว่า

 "พอลงจากรถ เห็นแต่เด็กผู้หญิงคลุมผ้าฮิญาป ( ผ้าคลุมศรีษะ ) เป็นเด็กมุสลิมเยอะมาก  แปลกใจ เพราะจากสถานการณ์ช่วงที่ผ่านมา จะมีภาพความระแวงสูง  แต่ในค่ายที่นี่ ไม่ใช่  เราเข้ากันได้โดยเฉพาะเห็นผู้ปกครองมุสลิมเองมาต้อนรับ อย่างวิทยากรเองก็เป็นไทยพุทธ แต่ชาวบ้านเขาไม่ได้คิดอะไร เหมือนเราก็อยู่รวมกันได้ และอยู่รวมกันแบบนี้มานานแล้ว"

ประสบการณ์การเรียนรู้ การนำไปใช้ พัฒนาเด็ก ในด้านศิลปะและความงอกงาม ของศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า 

            กิจกรรมศิลปะของเด็กรักป่าเป็นกิจกรรมที่สอดแทรกอยู่ในหลักการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตนเองและสังคมที่ครูจืด  ( นายเข็มทอง โมราษฎร์ ) สรรหามาจัดประสบการณ์ให้เด็กและเยาวชนคนรักป่า  ตัวอย่างเช่น การบันทึกถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เราสัมผัสและเรียนรู้จากธรรมชาติ  กิจกรรมจากการเดินป่า  การดูนก  แล้วนำมาสู่การวาดรูป  การเขียนบทกวี  การแสดงละคร  ละครใบ้  การย้อมสีธรรมชาติ ล้วนเป็นกิจกรรมศิลปะที่เรียนรู้โดยอาศัยธรรมชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการปั้นดิน การสร้างหน้ากากและอุปกรณ์ประกอบการแสดง ไปจนถึงศิลปะจากการถ่ายภาพ การทำหนังสั้น 

ส่งเสริมการแสดงออกทางความคิดที่มีตนเองและสังคมของเด็ก

ได้เห็นถึงความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมศิลปะของเด็กเล็ก ๆ ซึ่งนำผลงานวาดภาพระบายด้วยสีเทียนของตนซึ่งหนีบไว้กับกระดานรองวาดแผ่นเล็กไปจัดแสดงอย่างง่าย ๆ บนเวทีด้วยตนเอง

ในขณะที่เด็กวาดรูป ครูจืดจะใช้วิธีการให้เด็กเรียนรู้จากการสังเกตทั้งจากธรรมชาติ และค้นหาวิธีการแสดงออกถึงความรู้สึกและความต้องการของตนเอง มีทั้งการนำตัวอย่างผลงานของศิลปินอาชีพมาให้เด็กเห็นและเกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ครูจืดจะให้เด็กแสดงความเห็น บอกความรู้สึกของตนเอง  ขณะที่เด็กวาดภาพก็จะให้คำแนะนำ เช่น ในบางครั้งที่เด็ก ๆ ระบายสีด้วยเทคนิคที่สวยงามตามวิธีการที่ครูศิลปะมักสอนให้ลงสีหรือแรเงาให้มีโทนสีอ่อนแก่ไล่กัน ครูจืดจะบอกว่า "ระบายได้สวยแบบนี้ ดีแล้ว แต่เราลองระบายแบบอื่นอีก ได้หรือเปล่า?" ซึ่งเป็นการกระตุ้นความคิดริเริ่มให้เด็กสร้างสรรค์ผลงานตามความรู้สึกของตนเอง

วิธีการเรียนรู้ตนเองและสังคม

ยอด นักเรียนเด็กรักป่ารุ่นที่ 3 เล่าถึงวิธีการเรียนรู้ที่ได้จากเด็กรักป่า ไว้ดังนี้

            "...ช่วงที่เรียนได้ลงชุมชน ทำค่าย เป็นพี่เลี้ยง ค่ายแรกเราจะเรียนรู้จากรุ่นพี่ก่อน

เหมือนเป็นกึ่งพี่เลี้ยงกึ่งเด็กค่าย เข้าไปเรียนรู้ก่อนว่ารุ่นพี่ทำอย่างไร มีกิจกรรม

อะไรบ้าง เวลาคิดกิจกรรมคิดกันอย่างไร  เวลาประชุมเราก็จะคุยกัน..."

            "...มีทั้งกิจกรรมเดี่ยว กิจกรรมกลุ่ม ก็จะมารวมหัวกันคิด

การเรียนเป็นการลงมือปฏิบัติทดลองทำจริง ๆ 

เช่น วันนี้ให้วาดใบไม้ ก็ให้ไปดูแบบ ลอกเลียนแบบจากธรรมชาติ..."

...การเรียนเต็มเวลาทั้งสัปดาห์ โดยแบ่งเวลาให้ไปเรียนเพื่อเตรียมสอบเทียบไว้ด้วย...

            ...ไปเรียน กศน.  วันอังคาร เพื่อสอบเอาวุฒิการศึกษาสายสามัญ... "

            "...เรียนทุกวัน มีกิจกรรมให้ทำตลอด หยุดก็เหมือนไม่หยุด ไม่หยุดก็เหมือนหยุด

คือ หยุดแล้วก็ไม่รู้จะไปทำอะไร (หัวเราะ)

มันก็เป็นกิจกรรมอยู่แล้ว สนุกครับ ไม่รู้สึกว่าเป็นงาน

แต่ถ้าเป็นการสร้างบ้าน ก็รู้สึกว่าเป็นงานด้วยส่วนหนึ่ง

และเป็นการเรียนรู้ของเราด้วยส่วนหนึ่ง..."

ยอดเล่าต่อว่ารุ่นของยอด คือ รุ่นที่ 3 และรุ่นที่ 4 นั้น เป็นรุ่นบุกเบิกในการสร้างบ้าน

ซึ่งเป็นบ้านพักที่อยู่มาจนถึงปัจจุบัน ตัวเขาชอบและมีความสุขในการทำงานศิลปะ เมื่อสอบเทียบได้แล้ว เขาได้สอบเข้าเรียนต่อทางด้านศิลปะ จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปวช. (ประกาศนียบัตรวิชาชีพ) จากวิทยาลัยอาชีวศิลป์

Image

"ผมชอบวาดรูป บางคนชอบละคร บางคนชอบเขียนบทกวี ละครก็มีหลายแบบ

หลายวัตถุประสงค์ หลายเป้าหมาย จะมีครูสัญจร มาฝึกให้เด็กเรียนรู้"

            เมื่อถามถึงมุมมองของเขาที่มีต่อเพื่อน ๆ ซึ่งเรียนจบจากศูนย์ศึกษาศิลปะและธรรมชาติเด็กรักป่าเช่นเดียวกับเขา ยอดบอกว่า "ผลลัพธ์หรือผลผลิตที่ออกมา จะทำงานศิลปะต่อไปหรือไม่ ผมว่า 50-50" สิ่งที่เขากล่าวอย่างมั่นใจคือ "...แต่ที่เราได้รับการปลูกฝังไปนั้น เป็นการฝึก และเรียนรู้การได้รู้ ได้เห็น สิ่งที่ได้รับรู้จะอยู่ในใจของพวกเขา แต่ว่าเขาจะเอาไปใช้หรือเปล่า จะจดจำไปปฏิบัติหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องของเขาอีกเรื่องหนึ่ง..."

กระบวนการเรียนรู้ศิลปะนำไปสู่วิถีแห่งสันติวิธีได้อย่างไร

อาจารย์ทิพจุฑา สุภิมารส  คณะศึกษาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ให้ความเห็นว่า "...การทำกิจกรรมศิลปะ คือ การภาวนาและการฝึกสติ ทั้งนี้ มีข้อแม้ว่าการทำกิจกรรมศิลปะรวมไปถึงกิจการงานใดๆ นั้น ผู้ทำต้องมีความรัก มีความตั้งใจ ใส่ใจ และมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำ..."  และอยากจะโยงการทำงานศิลปะกับทฤษฎีที่เกี่ยวกับการทำงานและการเรียนรู้ของสมองด้วย ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้จากสารเคมีในสมองที่จะหลั่งเมื่อคนเรามีอารมณ์ที่ดี มีสมาธิจดจ่อ กล่าวคือ ขณะที่คนเราทำงานศิลปะอย่างอิสระไม่มีใครบังคับ ทำด้วยความยินดีนั้น จะมีสารเคมีชนิดดี เช่นเอนโดฟีน หรือ เซโรโตนิน หลั่งออกมา ซึ่งมีผลต่อความคิดจำและจะส่งผลมากต่อการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ของเด็ก ความฉลาดทางอารมณ์นั้นประกอบด้วยความสามารถใหญ่ๆ 2 ด้านคือ ประสิทธิภาพส่วนตน (personal competence) และ ประสิทธิภาพทางสังคม (social competence) ประสิทธิภาพส่วนตน มีคุณสมบัติ 3 ประการคือ มีความเข้าใจตนเอง มีการควบคุมตนเองและมีการผลักดันตนเอง ส่วนประสิทธิภาพทางสังคม จะมีคุณสมบัติ 2 ประการคือ มีความเข้าใจผู้อื่น และมีทักษะทางสังคม การตระหนักรู้ในอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น มีความปรารถนาดี ต้องการเห็นผู้อื่นได้รับสิ่งที่ดี  ยอมรับว่ามนุษย์มีความหลากหลาย และมีความแตกต่างกัน   มีทักษะทางสังคม สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น สื่อสารได้ดี รู้จักฟัง และโต้ตอบ จัดการกับความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถประนีประนอม และร่วมมือกับผู้อื่นได้ มีความเป็นผู้นำ  

      ข้อมูลจากงานวิจัย เรื่อง "การสื่อสารกับการพัฒนาจิตวิญญาณสันติภาพเพื่อสุขภาวะ" ของสุกัญญา สุดบรรทัดและคณะ กล่าวถึงแนวทางในการ "เชื่อมสะพาน" และ "สานทอ" เพื่อสุขภาพจิตวิญญาณที่ดี       ศิลปะยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาจิตให้เกิดการมองโลกในเชิงบวกซึ่งสามารถนำไปสู่วัฒนธรรมสันติภาพได้ การปลูกฝังการคิดในเชิงบวก (positive thinking) นำไปสู่การสร้างสรรค์สังคมคุณธรรม เราสามารถใช้ศิลปะเพื่อปลุกเร้าให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เด็กและเยาวชน ให้หันเหทิศทางของการดำเนินชีวิตไปสู่ความสงบ สะอาด

         เราจะเห็นได้ว่า ศิลปะ สามารถพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ทั้งส่วนตน และสังคม โดยเฉพาะการโน้มนำไปสู่ ความคิดเชิงบวก เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาที่มนุษย์เผชิญอยู่ทุกวันทั้งปัญหาระดับเล็กและใหญ่  สันติภาพ ความสงบ มาจากเมื่อมนุษย์เรามีความคิดสร้างสรรค์ การปลูกฝัง ค่านิยมเรื่องการเรียนรู้ศิลปะตั้งแต่เยาว์วัย จักช่วยทำให้เราได้แสดงความงามในตน และความงามในผู้อื่น สิ่งอื่น ออกมา

         สังคมยังคงงดงาม ผู้คนยังคงงดงามเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือในสังคมระดับประเทศ หรือในโลก เรามีความเชื่อมั่นว่า ศิลปะจักทำให้หัวใจของเราอ่อนโยน สงบนิ่ง ศิลปะจักทำให้เรารักตนเองและที่สำคัญ คือ รักผู้อื่น และนี่คือหัวใจของการอยู่ร่วมกันของเรา บนโลกใบนี้

อ้างอิงจาก

เสน่ห์ จามริก .(2547). ปาฐกถานำเรื่อง แนวทางสู่สันติประชาธรรม : มุมมองของชาวบ้านต่อสถานการณ์ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ . เมื่อ 2 กรกฎาคม 2547 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.

สุกัญญา สุดบรรทัด, กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ, อัญชลี จุฬาพิมพ์พันธุ์ และ ณรงค์ ขำวิจิตร์. งานวิจัย เรื่อง การสื่อสารกับการพัฒนาจิตวิญญาณสันติภาพเพื่อสุขภาวะ. กรุงเทพมหานคร:  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (http://www.jitwinyan.org/)

29 มิ.ย. - 1 ก.ค. 50 ศูนย์ศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า ร่วมกับ ศิษย์เก่ามอ.ปัตตานี จัดค่ายศิลปะและธรรมชาติ ณ หอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา

กิจกรรม ใบไม้ในจินตนาการ

ศิลปะจัดวาง  สันติภาพ

      ลานด้านหน้า หอศิลปะ ที่เราแสดงงาน

เสร็จเป็นงานนิทรรศการ ศิลปะ ได้ทำงานตามหน้าที่ เป็นเครื่องมือของการแสดงความนึกคิด ต่อสังคม สิ่งที่อยากให้เป็น ให้เกิดขึ้น

ค่ายศิลปะเด็กที่โรงเรียนบ้านควนแตน ต.ท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

กิจกรรม ใบไม้สีสัน การฝึกลงสี ขั้นพื้นฐาน

กองเชียร์เยอะระดับเด็กเล็ก

มือของเรา สร้างได้ทุกอย่างที่เราต้องการ แต่ต้องช่วยกัน

วาดรูป  หมู่บ้านของฉัน

ทุกคนในกลุ่มฝึกนำเสนอผลงานระดับหมู่บ้าน

ความอ่อนโยนแห่งศิลปะ สามารถสร้างได้จากทุกคน ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น เด็กหญิง เด็กชาย ผู้ใหญ่ หรือในทุกอาชีพในสังคม

   ศิลปะ  ความรัก และสันติภาพ

โดย  ศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า   ตู้ ป .ณ. 123  อ.เมือง  จ.สุรินทร์  32000 http://www.dekrakpa.com/

e-mail:   โทรศัพท์   0831292825

ประวัติผู้เขียน  นางอาริยา  โมราษฎร์  

เกิดวันพฤหัส ที่ 5 พฤศจิกายน  2507   

ปี  2529  จบการศึกษา  คณะศึกษาศาสตร์  เอกสังคมศึกษา  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  

ปี  2530  -  เป็นอาสาสมัครครูชาวเขาที่  เขาเหล็ก  จ.กาญจนบุรี

- เป็นผู้ประสานงานคัดค้านการสร้างเขื่อนน้ำโจน  จ.กาญจนบุรี

ปี  2531     เป็นอาสามัครเพื่อสังคม  โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ

ปี  2532     เป็นเจ้าหน้าที่โครงการป่าชุมชน จ.สุรินทร์

ปี  2537    - เป็นผู้ประสานงานโครงการป่าชุมชน

  • - เข้าร่วม เดินสันติภาพ จาก ประเทศไทย - พนมเปญ ประเทศกัมพูชา ร่วมขบวน พระโกษนันทะ และพระ-แม่ชี- ฆารวาส จาก หลายประเทศ เป็นเวลา 22 วัน

ปี  2538   -  เป็นผู้ประสานงานกลุ่มเด็กรักป่า

            - เข้าร่วม The Fellowship Japan of The Youth Leaders Abroad from  25 Sep. to 24 Oct.

              1995   จัดโดย  National Assembly for Youth Development of  Japan.

ปี  2539 - 2545  

                -   เป็นผู้ประสานงานจัดค่ายเยาวชนระหว่างประเทศ ไทย -ญี่ปุ่น  ที่ กลุ่มเด็กรักป่า   จำนวน 7 ครั้ง สนับสนุน  โดย National Assembly for Youth Development of  Japan

            -  เป็นผู้ประสานงาน จัดค่ายเรียนรู้ธรรมชาติศึกษา กับ  Nature Game Assosiation of Japan   จำนวน  5 ครั้ง ที่ ประเทศไทย

                - เป็นผู้ประสานงานจัดค่ายอาเซี่ยน  ที่ จ.สุรินทร์  กับ  Asain Volunteer Action Network  ประกอบด้วย   ประเทศ สมาชิก คือ  Bangladesh ,Thailand , Srilanka , Japan  , Korea  และ Singapore

             - เป็นผู้ประสานงาน จัดค่ายเรียนรู้ธรรมชาติศึกษาให้กับ  นักศึกษา จาก ฮ่องกง  ร่วมกับ  Christian 

               Movement   Assosiation   ที่ สุรินทร์ -เขาใหญ่ 

                 - เป็นผู้ประสานงาน ค่ายนักศึกษา จาก Singapore ร่วมกับ   Singapore National Foundation .

ปี  2546 - รางวัลลูกโลกสีเขียวจาก  ปตท.  ท่านอานันท์  ปันยารชุน  เป็นผู้มอบ

ปี  2548    - เข้าร่วมประชุม  6 th International Workshop on Resource Mobilisation  between  6th -8th

  • - รางวัลจาก บริษัทฟอร์ด ชื่อ โครงการร่วมใจรักษาสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2548

               

         

ความเป็นมาศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า

          กลุ่มเด็กรักป่า เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2533 โดยเริ่มจากงานค่ายเล็กๆ ในชุมชนพื้นที่ ของโครงการป่าชุมชน ตั้งแต่ปี 2532 ในพื้นที่ป่าเขตอีสานใต้ โดยได้ดำเนินการเรียนรู้ธรรมชาติผ่านกระบวนการทางศิลปะทุกแขนง อันได้แก่ วาดรูป เขียนบทกวี ดนตรี กิจกรรมดูนก เดินป่า ทำบาติก      ย้อมสีธรรมชาติ เป็นต้น 

          ด้วยความสามารถของเด็ก ๆ ในชุมชน และความต้องการที่จะพัฒนาทักษะด้านศิลปะของเด็ก ๆอย่างต่อเนื่อง จึงได้เกิดโครงการ " โรงเรียนเด็กรักป่า "  ในปี 2534 โดยรับเด็กมาอยู่ กินนอนในโรงเรียนมาร่วมกันเรียนรู้กิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาตนเองและชุมชน พร้อมกับการเรียนที่  ศูนย์การศึกษา   นอกโรงเรียน ได้รับเด็กปีละ 5 - 10 คน โดยดำเนินงานมาถึงปี 2540 โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก     องค์การแตร์ เด ซอม  ปัจจุบันได้ยุติการสนับสนุน หลังจากนั้น โรงเรียนเด็กรักป่า จึงกลายเป็น           "ศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า"  สำหรับบริการกิจกรรมด้านธรรมชาติศึกษา ให้แก่ เยาวชนในชุมชน รวมทั้งนักศึกษา และชาวต่างประเทศ ทั้งได้สนับสนุนงานกลุ่มแม่บ้านเด็กรักป่า ในการทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ

         ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนเข้าใจและเชื่อมโยงตัวเองกับธรรมชาติ กลุ่มแม่บ้านได้ประโยชน์ใช้สอยจากป่าและทุกปีก็จะเป็นผู้นำในการปลูกป่า ดูแลต้นไม้    อีกทั้งงานของ  คณะกรรมการอนุรักษ์ป่ายาว เป็นคณะกรรมการที่กลุ่มเด็กรักป่าสนับสนุนกิจกรรม โดยการให้ความรู้ไปดูงานตามอุทยานต่างๆ ชุมชนต่างๆ ที่มีการอนุรักษ์ป่า เพื่อจะได้นำความรู้มาปรับใช้ในการรักษาป่า ต่อไป

         งานเครือข่าย ได้แก่ การจัดการค่ายให้กับนักศึกษาในเขตอีสานใต้, ค่ายร่วมกับเครือข่ายคนทำค่ายทั่วประเทศ , ร่วมงานกับ Nature game Association  เผยแพร่เกมเพื่อการเรียนรู้ธรรมชาติ, ร่วมกับ NAYD ( National Assembly  For Youth Development ) เป็นองค์กรพัฒนาเยาวชนของประเทศ ญี่ปุ่น , และร่วมกับ องค์กรพัฒนาเยาวชนจากสิงคโปร์ Singapore International Foundation เป็นต้น

neg6.jpg
 
ดาวน์โหลด
ปฏิทินงานสถาบัน
พบกับเราที่ Facebook
พบกับเราที่ Twitter
เว็บเครือข่าย
บลอกสันติวิธี
หนังสือฟรี
top
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี สำนักงานอธิการบดี ชั้น 2
มหาวิทยาลัยมหิดล 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์: 0 2849 6072-5 โทรสาร: 0 2849 6075 อีเมล: pewww@mahidol.ac.th