Ortho TriCyclen-LO

arrow หน้าแรก Wednesday, 02 December 2020  
 
<---ตั้งแต่ ก.ค. 54 ศูนย์ฯสันติวิธีและศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาฯ ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานเป็น "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา(สสมส.)"แล้ว
Search this site
จุลสารสานสันติ
ลุ่มน้ำสายบุรี
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 4142609
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

พันธมิตรไม่อาจปฏิวัติ รัฐบาลไม่อาจปฏิรูป PDF พิมพ์ ส่งเมล

"พันธมิตรไม่อาจปฏิวัติ รัฐบาลไม่อาจปฏิรูป"
 
สมชาย ปรีชาศิลปกุล, กรุงเทพธุรกิจ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑


 
สังคมไทยตกอยู่ในห้วงเวลาที่สามารถเรียกได้ว่า เป็นสถานการณ์ "พันธมิตรไม่อาจปฏิวัติ รัฐบาลไม่อาจปฏิรูป" สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การก่อตัวของขบวนการต่อต้านรัฐบาลทักษิณในช่วงปลายไล่เรียงเรื่อย มาจนกระทั่งปัจจุบัน

ลักษณะพิเศษของสถานการณ์ดังกล่าวมีดังนี้


"พันธมิตรไม่อาจปฏิวัติ"

การก่อตัวของขบวนการต่อต้านรัฐบาลทักษิณ แม้จะสามารถระดมผู้คนมาเข้าร่วมได้อย่างกว้างขวางนับตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมของชนชั้นกลางและคนเมืองซึ่งในอดีตเคยเป็น กลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อการล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นมีความแตกต่างจากที่เคยเป็นมา

ทั้งนี้ ขบวนการเคลื่อนไหวโดยลำพังไม่อาจที่จะล้มรัฐบาลลงได้อย่างง่ายดายเช่นที่เคย เกิดขึ้น อันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสถานะของระบบรัฐสภา ที่ลงหลักปักฐานอย่างแน่นหนามากขึ้น ฐานเสียงของประชาชนมีความสำคัญต่อการค้ำยันระบบรัฐบาล ทำให้เกิดการถ่วงดุลเสียงของพลังจากชนชั้นกลางที่เคยสามารถ "ชี้เป็นชี้ตาย" ทางการเมืองได้ด้วยผ่านการสร้างฉันทามติกรุงเทพฯ ต้องประสบกับฉันทามติจากรากหญ้ามาเป็นเสียงทัดทาน

ข้อเรียกร้องนายกฯ พระราชทานเป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจอันจำกัดของขบวนการพันธมิตร ว่า ไม่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองได้ จึงต้องอาศัยอำนาจทางการเมืองอื่นมาเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลง รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งกลายเป็นทางออกเฉพาะหน้าในห้วงเวลาดังกล่าว ก็มีความหมายที่ไม่แตกต่างกัน

เมื่อมาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน การเคลื่อนไหวของพันธมิตร ไม่ว่าด้วยการยึดทำเนียบ การเคลื่อนไหวแบบดาวกระจาย หรืออะไรต่อมิอะไร ก็ล้วนประสบปัญหาเดียวกัน เนื่องจากไม่อาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตนเอง ข้อวิเคราะห์จำนวนมากที่สะท้อนว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่พันธมิตรต้องการ คือ อำนาจนอกระบบก็ย่อมทำให้เข้าใจได้ถึงพลังทางการเมืองที่จำกัดของขบวนการ เคลื่อนไหวนี้

แม้จะระดมผู้คนมาเข้าร่วมและสามารถเข้ายึดสถานที่ราชการหลายแห่งได้ อย่างง่ายดาย แต่ทั้งหมดก็ไม่อาจนำไปสู่การปฏิวัติขึ้น เพื่อให้มีการเมืองใหม่ขึ้น

"รัฐบาลไม่อาจปฏิรูป"

รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชน สามารถต้านทานกับการเคลื่อนไหวของพันธมิตร มาได้อย่างยืดเยื้อ ในด้านหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระบบการเมือง ที่เชื่อมโยงกับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับรากหญ้า การได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากฐานเสียงจากคนกลุ่มนี้ มีความหมายอย่างสำคัญในการเมืองไทยปัจจุบัน

ซึ่งในอดีตจะมีบทบาทสำคัญต่อการเป็นฐานเสียงในการตั้งรัฐบาลเป็นด้าน หลัก แต่ในปัจจุบันการแสดงตัวของ "เสื้อแดง" มีส่วนสำคัญต่อการสร้างความชอบธรรมทั้งในแง่เชิงหลักการและเชิงโวหาร ทำให้รัฐบาลสามารถยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไปได้ รวมทั้งทำให้ผู้ที่ต้องการใช้อำนาจนอกระบบต้องขบคิดและออกแรงมากขึ้น หากต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนอกกรอบของระบบรัฐสภา

แม้จะสามารถดำรงอยู่ได้ในฐานะของการเป็นรัฐบาล อันได้รับความชอบธรรมมาจากการเลือกตั้ง แต่ขณะเดียวกัน รัฐบาลบนฐานเสียงของเสื้อแดงก็ไม่อาจบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเป็นผู้นำในความเปลี่ยนแปลงของสังคมการเมืองไทย อันเนื่องมาจากการขาดความชอบธรรมและการตั้งข้อกล่าวหาอย่างรุนแรงในสายตาของ ชนชั้นกลาง

การพยายามเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญจากทางด้านฝ่ายของรัฐบาลที่ถูกต่อต้าน อย่างหนัก เป็นหนึ่งในตัวอย่างของสถานการณ์รัฐบาลไม่อาจปฏิรูปได้เป็นอย่างดี

"ออกไปจากสถานการณ์อันแหลมคม"

สถานการณ์ที่เป็นอยู่ เป็นการเผชิญหน้าระหว่างพลังที่นำโดยสองกลุ่ม ซึ่งบัดนี้ก็เห็นได้ชัดเจนว่ายากที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะสามารถผลักดันให้อีกฝ่ายตกไปจากเวทีได้ ฝ่ายหนึ่งเกาะเกี่ยวกับประชาชนผ่านระบบการเลือกตั้ง อีกฝ่ายเกาะเกี่ยวกับประชาชนด้วยความหวั่นเกรงต่อระบบการเมือง ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทั้งสองส่วนนี้เป็นสิ่งที่สังคมไทยไม่อาจปฏิเสธได้

การเมืองไทยข้างหน้าจึงเป็นสภาวะที่ทั้งสองขั้วการเมืองนี้ ต้องดำรงอยู่ร่วมกันต่อไป ปัญหาสำคัญไม่ใช่การพยายามที่จะทำให้ "ฟ้าสีทองผ่องอำไพ" ด้วยการกำจัดฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามกับตนออกไป แต่สิ่งที่สำคัญมากไปกว่า ก็คือ จะอยู่ร่วมกันภายใต้กติกาเช่นไร ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อหันกลับมามอง และทำความเข้าใจอีกฝ่ายด้วยสายตาของมนุษย์ที่ร่วมสังคม ร่วมชะตากรรม และรวมถึงการจัดการกับปัญหาทั้งหมดอย่างสันติ

ไม่ใช่การมองว่านี่คือสงครามครั้งสุดท้าย ที่จะต้องเอาชนะให้ได้แต่เพียงอย่างเดียว

neg2.jpg
 
ดาวน์โหลด
ปฏิทินงานสถาบัน
พบกับเราที่ Facebook
พบกับเราที่ Twitter
เว็บเครือข่าย
บลอกสันติวิธี
หนังสือฟรี
top
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี สำนักงานอธิการบดี ชั้น 2
มหาวิทยาลัยมหิดล 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์: 0 2849 6072-5 โทรสาร: 0 2849 6075 อีเมล: pewww@mahidol.ac.th