Ortho TriCyclen-LO

arrow หน้าแรก arrow บทความสันติวิธี arrow บทความอื่นๆ arrow 50 ปีการพัฒนาการศึกษาชายแดนภาคใต้ Wednesday, 02 December 2020  
 
<---ตั้งแต่ ก.ค. 54 ศูนย์ฯสันติวิธีและศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาฯ ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานเป็น "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา(สสมส.)"แล้ว
Search this site
จุลสารสานสันติ
ลุ่มน้ำสายบุรี
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 4142539
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

50 ปีการพัฒนาการศึกษาชายแดนภาคใต้ PDF พิมพ์ ส่งเมล
ดัชนี บทความ
50 ปีการพัฒนาการศึกษาชายแดนภาคใต้
หน้า 2

วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11340 มติชนรายวัน


50 ปีการพัฒนาการศึกษาชายแดนภาคใต้


โดย รุ่ง แก้วแดง


เดือนมีนาคม 2552 มีความหมายพิเศษยิ่งสำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรภาคใต้เป็นครั้งแรก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ

ฯถึงจังหวัดยะลาในช่วงบ่ายของ วันที่ 23 มีนาคม 2502 และทรงประทับแรมที่คุรุสัมมนาคาร ซึ่งเป็นอาคารสร้างใหม่ที่รัฐบาลในสมัยนั้นมีนโยบายจะจัดตั้งเป็น "เขตการศึกษา 2 " เพื่อรับผิดชอบการจัดการศึกษาของจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสภาพบริบททางภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมเหมือนกัน

หลังจากทอดพระเนตรพิธีซึ่งประกอบด้วยการแสดงพื้นบ้าน การแห่บายศรีตามประเพณี และการแสดงซิละของพี่น้องชาวไทยมุสลิม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสซึ่งถือเป็นพระบรมราโชบายด้านการศึกษาที่สำคัญ มีใจความตอนหนึ่งว่า

"การศึกษาที่นี่สำคัญมาก ให้พยายามจัดให้ดี ให้พลเมืองสามารถพูดภาษาไทยได้ แม้จะพูดได้ไม่มากนัก เพียงแต่พอรู้เรื่องกันก็ยังดี..."

จากพระบรมราโชบายดังกล่าว รัฐบาลได้ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง

ในช่วงนั้นมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และผู้เชี่ยวชาญลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นประจำและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ได้ลงมาให้นโยบายติดตามและประเมินผลโครงการโดยตลอด

โครงการที่สำคัญประการแรกคือ การสอนภาษาไทย ในขณะนั้นพี่น้องชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือแม้กระทั่งพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนยังมีความสามารถในการใช้ภาษาไทยต่ำมาก ต้องใช้ล่ามแปลตลอด

การประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านก็ต้องใช้ล่ามแปล เวลาราษฎรไปติดต่อราชการจะต้องจ้างคนเขียนคำร้องใบละ 20-30 บาท ซึ่งเป็นภาระและสร้างความเดือดร้อนให้กับราษฎรที่ส่วนใหญ่ยากจนและรู้แต่ภาษายาวี

เกษตรกรชาวบ้านต้องนำพืช ผัก และปลาไปขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ซึ่งส่วนใหญ่พูดภาษายาวีได้ในราคาที่ถูกมาก การไม่รู้ภาษาไทยทำให้ราษฎรเสียเปรียบทุกด้าน

ดังนั้น การสอนภาษาไทยในโรงเรียนจึงเริ่มต้นตั้งแต่ระดับชั้นเด็กเล็กเป็นการสอนเพื่อเตรียมความพร้อมด้านภาษาอย่างเดียว 1 ปี ทำให้เด็กมีพื้นฐานภาษาไทยเพียงพอที่จะสามารถเรียนวิชาต่างๆ ได้

ในช่วงที่ผู้เขียนเรียนชั้นมัธยมฯที่จังหวัดยะลานั้นมีเพื่อนมุสลิมห้องหนึ่งเพียง 2-3 คน แต่ปัจจุบันในระดับมัธยมศึกษามีนักเรียนถึงร้อยละ 80 ที่เป็นเด็กมุสลิม แม้กระทั่งบัณฑิตของมหาวิทยาลัยทุกแห่งในปัจจุบันกว่าร้อยละ 80 ก็เป็นคนไทยมุสลิม ในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 60 เป็นผู้หญิง ซึ่งในอดีตผู้หญิงมีโอกาสเข้าเรียนน้อยมาก

จึงถือว่านโยบายการพัฒนาการศึกษาที่เสริมสร้างศักยภาพด้านภาษาไทยได้ช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจำนวนมาก

อีกโครงการหนึ่งที่ได้ทำติดต่อกันมายาวนานและประสบความสำเร็จอย่างมากก็คือ การพัฒนาปอเนาะ ก่อนปี 2502 การศึกษาที่สำคัญของพี่น้องชาวไทยมุสลิมคือการเรียนใน "ปอเนาะ" ซึ่งก็คือบ้านของผู้รู้ศาสนาอิสลามที่เรียกว่า "โต๊ะครู" โดยผู้เรียนจะสร้างกระท่อมเล็กๆ อยู่รอบบ้านของโต๊ะครูการเรียนการสอนในยุคแรกไม่มีหลักสูตร ไม่มีตารางสอน เน้นการเรียนคัมภร์อัลกุรอ่านเป็นหลัก ปอเนาะแต่ละแห่งมีนักเรียนประมาณ 30-40 คน และมีเพียง 2-3 แห่งที่เป็นปอเนาะขนาดใหญ่ที่มีนักเรียน 200-300 คน



neg3.jpg
 
ดาวน์โหลด
ปฏิทินงานสถาบัน
พบกับเราที่ Facebook
พบกับเราที่ Twitter
เว็บเครือข่าย
บลอกสันติวิธี
หนังสือฟรี
top
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี สำนักงานอธิการบดี ชั้น 2
มหาวิทยาลัยมหิดล 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์: 0 2849 6072-5 โทรสาร: 0 2849 6075 อีเมล: pewww@mahidol.ac.th