Ortho TriCyclen-LO

arrow หน้าแรก arrow บทความสันติวิธี arrow บทความอื่นๆ arrow สมานฉันท์ที่ผิว Wednesday, 02 December 2020  
 
<---ตั้งแต่ ก.ค. 54 ศูนย์ฯสันติวิธีและศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาฯ ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานเป็น "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา(สสมส.)"แล้ว
Search this site
จุลสารสานสันติ
ลุ่มน้ำสายบุรี
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 4142557
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมานฉันท์ที่ผิว PDF พิมพ์ ส่งเมล
ดัชนี บทความ
สมานฉันท์ที่ผิว
หน้า 2

วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11342 มติชนรายวัน


สมานฉันท์ที่ผิว


โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์


หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ฉบับวันที่ 20 มี.ค.2552 ลงบทความของ Nicholas D. Kristof ชื่อ The Daily Me หรือ "กูเองรายวัน" น่าสนใจแก่ผมมาก เพราะดูเหมือนจะอธิบายความแตกแยกในสังคมไทยเวลานี้ โดยผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจ

เขาบอกว่า การล่มสลายของหนังสือพิมพ์รายวัน (ซึ่งกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ในสหรัฐ) ทำให้ผู้คนต้องพากันไปอ่านข่าวในเว็บต่างๆ ของอินเตอร์เน็ต การอ่านเว็บนั้นไม่เหมือนอ่านหนังสือพิมพ์ เพราะเราสามารถเลือกอ่านแต่ข่าวและความเห็นที่ตรงกับอคติของเราเท่านั้น ดังนั้น หนังสือพิมพ์รายวันที่ทุกคนจะอ่านมากขึ้นจึงมีอยู่ฉบับเดียว ได้แก่ "กูเองรายวัน"

เขาอ้างงานวิจัยและหนังสืออีกหลายเล่มที่ชี้ให้เห็นว่า คนอเมริกันกำลังแบ่งแยกตัวเข้าไปอยู่ในสโมสร นิกายศาสนา วงสนทนา ฯลฯ ที่มีความโน้มเอียงทางความเห็นในเรื่องต่างๆ ไปในแนวเดียวกันมากขึ้น คู่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น (ซึ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เลือกได้กว้างขึ้น... แต่แคบลง) ของแต่ละคน คือคนที่คิดเหมือนๆ กัน

ซ้ำยังมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า หากเราสุมหัวสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเฉพาะในกลุ่มที่มีความคิดเห็นทำนองเดียวกัน ทุกคนจะออกมาสุดโต่งในอคติของตัวมากขึ้น เช่น พวกเสรีนิยมก็จะยิ่งเสรีนิยมจ๋า พวกขวาก็จะตกขอบไปเลย เป็นต้น

แม้แต่การเลือกตั้งของอเมริกันเอง ก็จะเทไปทางใดทางหนึ่งอย่างสุดขั้ว เช่น หากสังกัดพรรคริพับลิกันหรือเดโมแครตก็จะเทคะแนนให้ผู้สมัครฝ่ายตัวอย่างไม่ฟังอีร้าค่าอีรมใดๆ เพียงเมื่อ 3-40 ปีที่แล้ว ผู้เลือกตั้งอเมริกันเป็นอย่างนี้เพียง 1/3 เท่านั้น แต่บัดนี้ไม่ใช่เสียแล้ว

การขังตัวเองไว้ในคุกแห่งอคติของตัวนั้น ปรากฏในคนมีการศึกษาสูงมากกว่าคนมีการศึกษาปานกลางหรือต่ำ

เขาไม่ได้อธิบายว่าอะไรทำให้เกิดปรากฏการณ์อย่างนี้ขึ้น แต่ไม่ใช่เทคโนโลยีข่าวสารของโลกสมัยใหม่นะครับ เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องอำนวยความสะดวกให้เราเข้าไปสู่คุกแห่งอคตินี้ได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

ผมคิดว่าปรากฏการณ์คล้ายๆ อย่างนั้นก็เกิดในเมืองไทยเหมือนกัน เราต่างขังตัวเองอยู่ในอคติส่วนตัว มีทีวีช่องของตัว, สถานีวิทยุของตัว, หนังสือพิมพ์ของตัว, คู่สนทนาของตัว, เวทีชุมนุมของตัว และเพื่อความสมานฉันท์ เราก็ไม่ฟังอะไรที่ไม่ตรงกับอคติของเราเสีย เพื่อจะได้ไม่ต้องบันดาลโทสะถึงกับตีกัน

ผมพยายามจะวิเคราะห์ว่า อะไรเป็นเหตุให้สังคมไทยเต็มไปด้วยคุกแห่งอคติอย่างที่ว่านี้

1/ วัฒนธรรมของรัฐไทยนั้นเน้นความสอดคล้องต้องกัน แม้แต่ในเรื่องที่รัฐสมัยใหม่ทั่วไปปล่อยให้แตกต่างกันได้ ลองย้อนกลับไปอ่านพระราชนิพนธ์ปลุกใจต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ก็จะเห็นว่าทรงเน้น "ความเป็นไทย" ที่ต้องมีคุณลักษณะหลายอย่างตรงกัน เช่น ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์, การนับถือพระพุทธศาสนา, การใช้ภาษาไทยกลาง ฯลฯ

ในภายหลัง รัฐยังใช้อำนาจในการบังคับให้พลเมืองต้องยอมรับคุณสมบัติเหล่านี้ อย่างตรงไปตรงมาในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม หรืออย่างอ้อมๆ ในสมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ แม้จนถึงสมัยปัจจุบัน สิ่งที่สงวนไว้มิให้ขัดแย้งเลยในรัฐไทยก็ยังมีอีกมากมาย

ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาที่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต้องทำกันในกลุ่มผู้มีอคติเดียวกัน อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัย ทั้งจากโทษที่อาจได้จากรัฐ หรือทัณฑ์ที่อาจได้จากสังคม

2/ สังคมไทยไม่ใช่สังคมข่าวสารข้อมูล พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือคนไทยส่วนใหญ่ไม่สนใจข่าวสารข้อมูล ซ้ำการกระจายข่าวสารข้อมูลยังถูกควบคุมเสียอีก ฉะนั้นคนไทยจึงประเมินข่าวสารข้อมูลไม่เก่ง มักใช้อคติส่วนตนในการประเมินมากกว่าการตรวจสอบ

หากเกิดความเห็นใดที่รู้อยู่แล้วว่าขัดแย้งกับสิ่งที่รัฐและสังคมหวงห้ามไว้ ก็จำเป็นต้องละเมิดข้อห้ามด้วยการรวมหมู่เพื่อป้องกันตนเอง เหตุดังนั้น นับวันการเมืองไทยก็โน้มเอียงไปสู่การเมืองของฝูงชนมากขึ้น (Mob politics) เพราะช่องทางของความขัดแย้งโดยสงบไม่มี... ไม่มี ส.ส., ไม่มีพรรคการเมือง, ไม่มีสื่อ, ไม่มีการจัดองค์กร, ฯลฯ ของตนเอง

ถ้าคำนึงว่าการเมืองของฝูงชนจะเป็นลักษณะสำคัญของการเมืองไทยมากขึ้นไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ปัจจัยซึ่งทำให้เกิดคุกของอคติในเมืองไทยยังดำรงอยู่ ก็ยิ่งน่ากลัวว่าการเมืองไทยจะมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงต่อไป แม้ไม่มีเสื้อเหลืองและเสื้อแดงแล้วก็ตาม



neg5.jpg
 
ดาวน์โหลด
ปฏิทินงานสถาบัน
พบกับเราที่ Facebook
พบกับเราที่ Twitter
เว็บเครือข่าย
บลอกสันติวิธี
หนังสือฟรี
top
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี สำนักงานอธิการบดี ชั้น 2
มหาวิทยาลัยมหิดล 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์: 0 2849 6072-5 โทรสาร: 0 2849 6075 อีเมล: pewww@mahidol.ac.th