Ortho TriCyclen-LO

arrow หน้าแรก arrow ถอดบทเรียนกิจกรรม arrow สัมภาษณ์นางสาว สุรีพร วิระสิทธิ์ Monday, 25 September 2017  
 
<---ตั้งแต่ ก.ค. 54 ศูนย์ฯสันติวิธีและศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาฯ ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานเป็น "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา(สสมส.)"แล้ว
Search this site
จุลสารสานสันติ
ลุ่มน้ำสายบุรี
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 3435365
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สัมภาษณ์นางสาว สุรีพร วิระสิทธิ์ PDF พิมพ์ ส่งเมล

Image

ชื่อ นางสาวสุรีพร วิระสิทธิ์  ชื่อเล่น ด้า

อายุ 26 ปี   บ้านเกิด จังหวัดปัตตานี 

การศึกษา  จบปริญญาตรี ด้านวิทยาศาสตร์ 
จบประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู

ปัจจุบันทำงานที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้าป่าบอน
อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

ถาม: ทำไมถึงตัดสินใจมาค่ายนี้
ด้า
:
  ตอนแรกทาง ศอบต.ก็ไม่ได้ให้มา เพราะเกณฑ์อายุการรับสมัคร อยู่ที่ 25 ปี แต่อายุเราเกิน ที่สนใจอยากมา เพราะตอนสมัยเรียนไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงแบบนี้    ค่ายอื่นๆ ที่เคยไป จะมีแค่สมาชิกค่ายที่มาจากสามจังหวัดชายแดนใต้ แต่พอดูโครงการนี้ บอกว่าสมาชิกค่ายมาจากทั่วประเทศ   ก็คิดว่ายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่รู้ในประเทศไทย   ก็เลยขอศอ.บต.มา แต่ตอนแรกเขาก็ยังไม่อนุญาตให้มา แต่ตอนหลังทาง ศอบต.เขาก็โทรมาติดต่อ เพราะว่ายังมีที่ว่างเหลืออยู่ ก็เลยตัดสินใจมา

ถาม: พอได้มาค่ายแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
ด้า
:
 มาวันแรกก็คิดว่าคงต้องมากางเต๊นท์นอน ต้องมาจุดไฟ หุงข้าวกินเอง พอมาถึงเห็นสถานที่ มันดีกว่าค่ายที่เคยไป คือทุกครั้งที่ไป ตอนปี1 ปี2 พี่เลี้ยงก็ไม่ได้เทคแคร์มากถึงขนาดนี้ จะให้น้องฝึกตัวเองมากกว่าในเรื่องความเป็นอยู่ แต่พอมาที่นี่ บ้านพักก็ติดแอร์ อาหารแม่บ้านก็ทำให้อย่างดี คือ มาค่ายครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สบายที่สุด ไม่เหมือนกับในค่ายที่เราจัดเอง หรือค่ายที่พี่ๆในมหาวิทยาลัยได้จัดให้ กันดารก็กันดารสุดๆ ถ้าเป็นป่าก็ป่าสุดๆ 


ถาม
: แล้วในการเป็นอยู่ที่สบายแบบนี้นั้น ดีหรือไม่ดี
ด้า:
พูดถึงเรื่องสบาย ก็สบายดีมาก แต่ถ้าอยากให้เราเรียนรู้ชีวิต ซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียน คิดว่ามันสบายเกินไป อยากได้อะไรพี่เลี้ยงก็หาให้ทุกอย่าง

แต่พอมาอยู่ในหอประชุม สิ่งที่ได้เรียนรู้ก็จะเป็นอีกด้านหนึ่ง ได้เรียนรู้อะไรเยอะจากหลายๆถิ่น หลายๆภาค ได้รู้วัฒนธรรมของภาคใต้ กลาง อีสานที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ชนเผ่าว่าเป็นอย่างไร เคยดูแต่ในสารคดี ในทีวี เป็นเหมือนแค่ในละคร เขาจะเลือกเฉพาะ จุดดีดีมาให้ดู แต่พอได้มาคุยกับชนเผ่าจริงๆ คือ ได้รู้ว่าถ้าลำบากเนี่ย เขาลำบากจริง ๆ ลำบากของเรายังสบายกว่าของเขาอีก ถ้าเราคิดว่าลำบากแล้ว เรายังสบายกว่า โชคดีกว่าเขาอีก

ถาม: จากการมาค่ายนี้เราได้ประโยชน์อะไรบ้าง
ด้า
: ได้เยอะ อย่างแรก คือ งานที่ทำอยู่ทุกเดือนจะมีเวทีประชาคม แต่ทุกครั้งที่จัด เรารู้สึกว่าเรายังไปไม่ถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ อาจเป็นเพราะประสบการณ์ด้านนี้น้อย แต่พอได้มาอยู่ค่าย ได้เรียนรู้ถึงการสานเสวนา การฟัง ทำให้เรสามารถนำกลับไปใช้ในหน้าที่การงานได้ คือ เราจะทำอย่างไรให้ผู้ปกครองมาตรงเวลา  จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้งในเวลาที่มีการประชุมเวทีประชาคม  สามารถนำเรื่องสานเสวนาไปใช้ได้ ทั้งๆที่แต่ก่อนเคยได้แต่ฟังสานเสวนา แต่ไม่เคยได้ไปสัมผัสเอง การสื่อสารอย่างสันติ การฟังคนอื่น บางครั้งเวลาทำงานก็ต้องมีอารมณ์ไม่อยากฟัง รู้สึกไม่ดี จะต่อต้านเขา แต่พอได้มาเรียนรู้จากค่ายนี้ บางครั้ง สิ่งที่เขาพูดนั้นมันไม่ได้ผิดเสมอไป ให้เก็บมาคิดได้บ้าง  อย่าใช้แต่อำนาจเหนือ  อำนาจตัวเองอย่างเดียว ให้ใช้อำนาจร่วมด้วย

 

ถาม: แล้วมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองบ้างไหม
ด้า:
มีการเปลี่ยนแปลงคือ เมื่อได้มาอยู่กับเด็กๆ ก็ต้องใจเย็นลง มาวันแรกคิดว่าจะเข้ากับเด็กได้หรือเปล่า ก็พออยู่ไป ก็ปรับตัวได้ เราเคยผ่านประสบการณ์วัยนี้มาแล้วก็เข้าใจว่าเด็กรุ่นนี้เขาต้องการอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แล้วก็ปรับตัวเข้ากับเขาได้ แล้วก็สามารถให้คำแนะนำกับเขาได้ แล้วก็ใจเย็นลงกว่าเมื่อก่อน ซึ่งเมื่อก่อนนี้ไม่พอใจอะไรก็พูดออกมาเลย ไม่ชอบพูดลับหลัง พูดกันต่อหน้าเลย

ถาม: คิดว่าในค่ายนี้มีสิ่งใดที่จะนำกลับไปปรับใช้ได้
ด้า
:
คือ การสื่อสารอย่างสันติ นำไปปรับใช้กับคนที่บ้าน ที่ทำงาน แล้วก็คนรอบข้าง ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน การที่คนอื่นพูด เราก็ต้องคิดด้วยว่าคนอื่นเขามีภูมิหลังไม่เหมือนเรา บางทีคำที่เขาพูดออกมา เขาก็พูดโดยไม่รู้ตัว อย่าไปตีค่าของคนในคำพูด ต้องมองอีกหลายๆแง่ของเขา


ถาม
: แล้วมีมุมมองเกี่ยวกับสันติวิธีเพิ่มขึ้นหรือเปล่า
ด้า
: มีเพิ่มขึ้น แต่ก่อนเคยมองว่าปัญหาทุกอย่างมันแก้ด้วยสันติไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเห็นแต่การใช้ความรุนแรง แต่เมื่อมาอยู่ค่ายนี้ วิทยากรให้ความรู้ บางครั้งความรุนแรงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้เลย สู้เราหันหน้ามาคุยกัน อาจทำให้ปัญหาที่ใหญ่นั้นลดลงได้ สุดท้ายก็ละลายหายไปไม่เป็นปัญหา และสุดท้ายเราก็อยู่ร่วมกันในสังคมได้

ถาม: มีหัวข้อการเรียนรู้เรื่องไหนที่รู้สึกประทับใจบ้าง
ด้า
:
เรื่องการสานเสวนา  กิจกรรมอุโมงค์ รู้สึกว่าเป็นคนใหม่  คือเรื่องบางเรื่องก็ลืมไปแล้ว แล้วอาจารย์ก็ทำให้เราได้กลับมานึกใหม่ พอนึกใหม่นั้น สิ่งที่เราเคยทำไปนั้นมันเจ็บ ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด พอได้ทำกิจกรรมอุโมงค์ รู้สึกเรายังมีกำลังใจ เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ถึงแม้ว่าจะมีพ่อ-แม่ ญาติพี่น้องแล้ว ก็ยังมีเพื่อนๆที่อยู่ด้วยให้กำลังใจเรา ไม่ได้ทิ้งเรา ยังมีกำลังใจอีกหลายกำลังใจ แล้วทำให้นึกได้ว่า คนอื่นที่เขาแย่กว่าเราก็ยังมีเยอะ แล้วเราจะมาจมอยุ่กับเรื่องที่เราทำไปแล้วไม่ได้ตั้งใจทำไม ทำให้เราได้เกิดใหม่ เป็นคนใหม่

 

ถาม: คิดว่าค่ายนี้ควรจะจัดต่อไปหรือไม่
ด้า
:
อยากให้จัดต่อ เพราะยังมีเยาวชนอีกหลายที่ ที่เขาอยากมาค่ายนี้ แล้วไม่ได้มา แล้วค่ายนี้มีระโยชน์มากกับเยาวชนเพื่อเขาจะกลับไปพัฒนาพื้นที่หรือ หมู่บ้านของเขา

 

ถาม: คิดว่ามีอะไรที่อยากจะเสนอแนะในการจัดค่ายในครั้งต่อไป
ด้า
:
เรื่องข้อมูล-วิชาที่เรียน อยากให้เหมาะกับกลุ่มเยาวชนอายุ17-25 ปี แต่ในบางเรื่องที่วิทยากรบางท่านนำมาสอนนั้นมันกว้างมาก บางทีตัวเองยังรู้สึกเลยว่าทำไมมันน่าเบื่ออย่างนี้ เหมือนเรียนสังคม ตอน ม.4 ม.5 แต่ก็เข้าใจว่าวิทยากรแต่ละท่าน ไม่เหมือนกัน  แต่อยากให้วิทยากรมีมุขอะไรแปลกใหม่บ้าง เพื่อให้สมองมีการแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา แล้วยิ่งมาเรียนในห้องแอร์แล้วยิ่งง่วงนอน เนื้อหาก็โอเค แต่บางทีเนื้อหามันกว้างไป  เช่นยกตัวอย่างกรณีปัญหาความขัดแย้งนอกประเทศมากไป บางคนที่เขาไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย  เขาก็มองภาพไม่เห็น อยากให้ยกตัวอย่างใกล้ๆตัวมากกว่า

 

ถาม: มีอะไรอยากจะฝากทิ้งท้ายไว้บ้างไหม
ด้า:
ก็อยากฝากเยาวชนทุกคนว่าค่ายนี้ ได้ให้อะไรกับตัวเราเยอะ ทำให้เราได้รู้จักอะไรหลายๆอย่าง ที่สำคัญคือมิตรภาพที่เราได้รับจากเพื่อนๆที่มาจากทุกๆที่ ถึงแม้เราจะต่างกันที่ สีผิว เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ สาสนา วัฒนธรรม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เรามาอยู่ค่ายนี้ไม่มีการเลือกปฏิบัติ เราทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมเหมือนกันทุกคน

neg6.jpg
 
ดาวน์โหลด
ปฏิทินงานสถาบัน
พบกับเราที่ Facebook
พบกับเราที่ Twitter
เว็บเครือข่าย
บลอกสันติวิธี
หนังสือฟรี
top
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี สำนักงานอธิการบดี ชั้น 2
มหาวิทยาลัยมหิดล 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์: 0 2849 6072-5 โทรสาร: 0 2849 6075 อีเมล: pewww@mahidol.ac.th