Ortho TriCyclen-LO

arrow หน้าแรก arrow ถอดบทเรียนกิจกรรม arrow สัมภาษณ์ สามเณร เบิกฟ้า ศรีทอง Friday, 24 November 2017  
 
<---ตั้งแต่ ก.ค. 54 ศูนย์ฯสันติวิธีและศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาฯ ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานเป็น "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา(สสมส.)"แล้ว
Search this site
จุลสารสานสันติ
ลุ่มน้ำสายบุรี
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 3469725
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สัมภาษณ์ สามเณร เบิกฟ้า ศรีทอง PDF พิมพ์ ส่งเมล

Image

ชื่อ สามเณรเบิกฟ้า  สีทอง  ชื่อเล่น นุย

อายุ  17 ปี  บ้านเกิด จังหวัดสุพรรณบุรี

ปัจจุบันบวชและศึกษาที่ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร 

จังหวัดเชียงใหม่  

ถาม: ทำไมถึงตัดสินใจมาค่ายนี้
เณรนุย
:
 ตอนแรกก็ไม่ค่อยอยากมาเท่าไร แต่พอกลับไปที่บ้านที่สุพรรณฯ ที่บ้านมีกิจกรรมค่ายเล็กๆ ได้อยู่ค่าย 3 วัน ก็รู้สึกชอบ แม่บอกว่ามีอีกค่ายหนึ่ง ก็คือ ค่ายนี้แหละ ถ้าอยากไปก็ให้เตรียมมา แล้วก็กลับไปเรียนที่เชียงใหม่ แต่ตอนนั้นก็ไม่อยากมาเพราะ เปิดเรียนแล้ว ก็คิดไปคิดมาจะไปดีหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าดีกว่าไปเรียนในห้องแน่ๆ เพราะโอกาสนี้มีได้น้อย คิดว่ามาดีกว่า ตอนแรกก็ทะเลาะกับแม่ แม่อยากให้มา แต่เราไม่อยากมา แต่สุดท้ายก็ต้องมา

พอได้มาก็รู้สึกชอบ สนุก เหมือนอย่างที่คิดไว้ ทำให้เราได้คิดอะไรหลายอย่างได้มากขึ้น  เช่น ระบบทุนนิยม สานเสวนา แต่ในเรื่องสันติวิธีนี่ยังไม่ค่อยเข้าถึงเท่าไร แต่ก็พอรู้แนวทางบ้าง ชอบภาษาสี่หู ที่ได้ฝึกในเรื่องการสื่อสารอย่างสันติ  บางกิจกรรมก็มีปัญหาเล็กน้อย เช่น รั้วไฟฟ้า ปิดตาเรียงแก้ว เพราะกิจกรรมที่ต้องโดนตัวกันก็เล่นไม่ค่อยได้ ไม่สะดวก  แต่แก้ปัญหาก็โดยไปเข้าคู่กับผู้ชาย ต้องเซฟตัวเอง จริงๆก็อยากจะสึกออกมาเหมือนกัน แต่ไม่ดีกว่า

 

ถาม: แล้วความคาดหวังก่อนที่จะมาค่าย คาดหวังว่าอย่างไรบ้าง
เณรนุย
: คาดหวังว่าน่าจะทำให้เราโตขึ้น มีความคิดมุมมองที่แตกต่างมากขึ้น มองโลกให้กว้างขึ้น มีมุมมองใหม่ๆเกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะรู้สึกว่าปีนี้เป็นปีแรกที่ได้มาทำกิจกรรม เมื่อก่อนนี้เรียนอย่างเดียว ไม่ได้ทำกิจกรรม เป็นคนที่กลัว ไม่มั่นใจเลยว่ามาแล้วจะเป็นอย่างไร แต่พอได้ทำกิจกรรมที่บ้านมา ก็รู้สึกชอบ แม่ก็บอกว่าที่นี่จะเติมเต็มสิ่งที่เราต้องการได้อย่างแท้จริง แม่บอกแบบนี้ก็เลยมา

เมื่อมาแล้วก็รู้สึกชอบ ได้เจอเพื่อนจากทั่วประเทศ  ที่ชอบจริงๆคือคนมุสลิม ตอนแรกค่อนข้างกลัวคนมุสลิม เคยไปเจอคนมุสลิมที่แม่สอดแล้วรู้สึกว่าเขาน่ากลัวมาก เขาเงียบ ขรึม แล้วไม่ค่อยคุยกับเรา คือ เรามองเขาในแง่ร้ายมานาน

แต่พอมาอยู่นี่ได้บัดดี้เป็นมุสลิมก็ได้คุยกัน ได้ความคิดใหม่ ก็ได้ลบอคติเหล่านั้นออกไป  ก็ได้เพื่อนมุสลิมหลายคนเลย    จากที่เคยมองคนมุสลิมว่าน่ากลัว ตอนนี้ก็ทำตัวปกติ  เห็นว่าเขาก็เป็นคนเหมือนกับเรา

 

ถาม:  เมื่อได้เข้าค่ายนี้มาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว  มีอะไรที่นอกเหนือจากความคาดหวังของเราบ้างไหม
เณรนุย: ก็ไม่เชิง ที่หวังไว้ก็ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยากพัฒนาตัวเอง ได้ช่วยเหลือตัวเอง ได้สร้างประสบการณ์ให้ตัวเอง  ก็ชอบในกิจกรรมหลายๆอย่าง เพราะมันใช้ได้จริง ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับความขัดแย้ง ความรุนแรง แต่ที่รู้ๆได้นำไปใช้แน่ๆ หลายๆอย่างเลย

ในตอนนี้เรื่อง โยคะ ก็ได้หัดทำแล้ว จากเมื่อก่อนไม่เคยชอบเลยแต่เดี๋ยวนี้ก็ชอบแล้ว  แล้วก็เรื่องของการพูด รู้สึกว่าพูดช้าลง พูดเป็นคำมากขึ้น พยายามจะคุมคำพูดตัวเองให้ช้าลง แล้วก็การฟัง ปกติเป็นคนไม่ค่อยฟังคน พูดอย่างเดียว แต่พอมาค่ายนี้ก็รู้สึกได้เปิดใจฟังคนอื่น ตอนแรกก็รู้สึกอึดอัด ที่ต้องมานั่งฟังเขา แต่ก็ทำใจแล้วก็ปรับตัว

 

ถาม: แล้วเรื่องใหม่ที่บอกว่าอยากเรียนรู้หรือเปิดมุมมองใหม่ๆ มีเรื่องไหนที่เราอยากเรียนรู้เป็นพิเศษ
เณรนุย
: เรื่องการสานเสวนา คือตอนแรกที่แม่ทำให้ดูมัน คือการจับมือกันแล้วพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากพูด แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ การสานเสวนา เป็นการพูดอย่างสันติ  เป็นการฟังอย่างลึกซึ้ง และต้องคิดถึงใจเขาใจเราด้วย  

 
ถาม
: มีกิจกรรมไหนที่ตัวเองประทับใจ
เณรนุย
:
ในกิจกรรมทั้งหมด ชอบการสานเสวนามากที่สุด แล้วตั้งใจกับมันมาก แล้วคิดว่าจะนำไปใช้ได้จริง

ถาม: มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง
เณรนุย
: รู้สึกว่ามองโลกกว้างมากขึ้น เมื่อคุยกับเพื่อนทำให้เราได้เปิดมุมมองมากขึ้น มีเพื่อนมาจากทั่วประเทศ แล้วเมื่อมาคุยกัน ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เราเคยคิดมันไม่ถูกต้อง ต้องกลับไปลบอคตินั้นออก เราเป็นคนที่โลกแคบไม่ค่อยได้ไปไหน เมื่อได้มาคุยกัน ก็รู้ว่าเรานี่โง่มากเลย มีอะไรอีกเยอะแยะที่เราไม่รู้

ถาม:  แล้วที่บอกว่าสนุกนี่ ตรงไหนที่สนุก
เณรนุย
: บรรยากาศภายในค่าย รู้สึกว่าสนุก ไม่เครียด ชอบกิจกรรม มีหลายกิจกรรม เกมส์ก็ชอบ เช่น เกมส์วัฒนธรรม รั้วไฟฟ้า แล้วที่ชอบมากคือ การที่เรามาเปิดใจคุยกันแล้วมีคนฟังเรา บางครั้งสิ่งที่อยู่ในใจเรา ไม่เคยมีใครรับฟังเลย แล้วปลดปล่อยให้คนอื่นฟัง

 

ถาม: ถ้าจะมีค่ายนี้ต่อไปมีอะไรที่ควรจะปรับปรุงบ้าง
เณรนุย: อยากให้มีกิจกรรมแทรกระหว่างเนื้อหามากขึ้น คิดว่ายังมีกิจกรรมน้อย น่าเล่นเกมส์ก่อนที่จะสอน แล้วค่อยมาขยายความ วิเคราะห์เนื้อหาจากเกมส์ ถ้าฟังอย่างเดียวก็น่าเบื่อ ก็มีหลับกันบ้าง

แต่ว่าในช่วงของพี่อ้วนที่เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานเป็นทีมและโครงสร้างสังคมนั้นมีแต่คนชอบ อีกอย่างที่ชอบคือกิจกรรมอุโมงค์ เพราะรู้สึกว่าได้ระบาย ได้ปลดปล่อยความทุกข์ อีกเรื่องที่อยากเสนอคือ เรื่องอาหาร อยากให้เน้นอาหารสุขภาพมากหน่อย น่าจะมีข้าวกล้องบ้าง ข้าวขาวบ้าง อยากให้มีผักบ้าง มีผลไม้มากกว่านี้

 

ถาม: มีอะไรที่อยากจะฝากถึงน้องๆรุ่นต่อไปที่สนใจอยากมาบ้างไหม  
เณรนุย: อยากให้มา ตอนแรกมีแต่คนบอกว่าไม่อยากมาเลย ทำไมมันนานจัง แต่พอมาถึงตอนนี้ทำไมมันเร็วจัง สั้นจังเลย บางครั้งความรู้สึกสนิทสนมของเรากำลังจะเริ่มต้น แต่มันก็สายไปแล้ว มีแต่คนบอกว่าอยากให้จัดกิจกรรมนี้ต่อ ทุกคนชอบ
neg3.jpg
 
ดาวน์โหลด
ปฏิทินงานสถาบัน
พบกับเราที่ Facebook
พบกับเราที่ Twitter
เว็บเครือข่าย
บลอกสันติวิธี
หนังสือฟรี
top
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี สำนักงานอธิการบดี ชั้น 2
มหาวิทยาลัยมหิดล 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์: 0 2849 6072-5 โทรสาร: 0 2849 6075 อีเมล: pewww@mahidol.ac.th