Ortho TriCyclen-LO

arrow หน้าแรก arrow ถอดบทเรียนกิจกรรม arrow สัมภาษณ์นางสาวอังคณา ออนศรี Saturday, 23 September 2017  
 
<---ตั้งแต่ ก.ค. 54 ศูนย์ฯสันติวิธีและศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาฯ ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานเป็น "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา(สสมส.)"แล้ว
Search this site
จุลสารสานสันติ
ลุ่มน้ำสายบุรี
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 3435073
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สัมภาษณ์นางสาวอังคณา ออนศรี PDF พิมพ์ ส่งเมล

Image

ชื่อ นางสาว อังคณา ออนศรี  ชื่อเล่น น้ำตาล

อายุ 18   ปี   บ้านเกิด จังหวัดเชียงราย

การศึกษา มัธยมตอนปลาย สาขา วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์

ปัจจุบัน ทำกิจกรรมสภาเด็กและเยาวชน จ.เชียงราย

ถาม: ทำไมถึงตัดสินใจมาค่ายนี้
น้ำตาล
:
 เป็นช่วงปิดเทอม อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ มาเรียนรู้ดีกว่า ไม่เสียเงิน เป็นโอกาสที่ดี สอนฟรี เรียนฟรี

 

 ถาม: แล้วตัวเราเองสนใจเรื่องสันติวิธีอยู่แล้วหรือเปล่า
น้ำตาล
: สนใจ เพราะ เคยผ่านค่ายแบบนี้มาแล้วที่เชียงราย  

ถาม: ก่อนที่จะมามีความคาดหวังอะไรบ้าง
น้ำตาล
: คิดว่าจะได้เจอเพื่อนที่แตกต่างหลากหลาย เราอยู่เชียงรายก็คงไม่ได้เจอคนมุสลิม หรือถ้าเจอก็คงไม่มีโอกาสได้คุย เหมือนมีอะไรมากั้นอยู่ ต้องหาโอกาสมาค่าย เพราะยังไงก็ต้องรู้จักอยู่แล้ว อยากเปิดโลกกว้างๆ

ถาม: ทำไมถึงอยากเจอเพื่อนที่เป็นมุสลิม
น้ำตาล
: รู้สึกว่าเขาน่าสนใจ 18 ปีที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยรู้ว่าเขาคลุมผมทำไม แต่พอมาวันแรก ได้เห็นเพื่อนมุสลิมล้างจานด้วยดิน ด้วยน้ำ (ตามหลักศาสนาของเขา) ก็อึ้งเลย เวลาถามเขา เขาก็อยากจะตอบเรา อยากจะเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเขา

 

 ถาม: ก่อนที่จะมาค่ายมีทัศนคติต่อคนมุสลิม หรือคนชนเผ่าอย่างไร
น้ำตาล
: เมื่อก่อน ไม่รู้ว่าถูกปลูกฝังมาหรือเปล่า เราจะคิดว่าผู้ก่อการร้าย คือพวกมุสลิม แต่เมื่อมาสัมผัสแล้ว ผู้ก่อการร้ายไม่ใช่มุสลิม เพราะคนมุสลิมจริงๆเขาน่ารักมาก อยู่กับพระเจ้า ถ้าเป็นมุสลิมจริงๆ เขาคงไม่ทำแบบนั้น 

ส่วนชนเผ่านั้นเมื่อก่อนก็ไม่ได้คลุกคลี เจอแต่ตามในตลาด  มาขายของ แล้วก็ไม่ได้สนใจ แล้วเขาก็พูดไม่ชัด บางทีก็โมโหเขา เพราะเขาไม่ค่อยพูดกับเรา ไม่รู้ว่ามีอคติอะไรกับเราหรือเปล่า ก็เลยไม่อยากยุ่ง แต่พอมาเจอเพื่อนชนเผ่าที่นี่ ก็น่ารักดี รู้สึกแปลก เพราะอยู่เชียงรายแท้ๆ ยังไม่เคยขึ้นไปบนดอย ไม่เคยรู้จักพวกเขาเลย

 

ถาม: มาค่ายนี้รู้สึกว่าตัวเองได้ประโยชน์อะไรบ้าง
น้ำตาล
: รู้สึกว่าโตขึ้น ทางด้านความคิด แล้วก็มุมมอง เหมือนว่าสิ่งที่เราไม่รู้ แล้วเราก็คิดอะไรแคบๆ แต่พอมาสัมผัสจริงๆแล้วสิ่งที่คิดแล้วมันไม่ใช่ มันอะไรมากกว่านั้น คือคิดก่อนไปว่า มันต้องลำบาก แล้วจะทนได้ไหม แต่พอมาเจอจริงๆ คิดในใจว่า คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้ซิ อย่างวันที่ไปนอนบ้านอาจารย์ เป็นอะไรที่จะไม่ลืมเลย ร้อนมาก ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ไฟฟ้าก็ไม่มี ยุงเยอะมาก ร้อนมากๆ ลมก็ไม่มี ทำให้คิดว่าถ้าไปเจออะไรที่น้อยกว่านี้ ก็บอกเลยว่าเยอะกว่านี้เจอมาแล้ว ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น สิ่งที่เลวร้ายยังเจอมาเลย กลายเป็นความประทับใจในความลำบาก(แต่จะไม่เอาอีกแล้ว) 

 อย่างลงชุมชน ก็เคยเห็นในทีวี ที่เป็นชุมชนสลัม ได้เห็นสลัมที่ตรงข้ามกับบ้านคนรวย งงว่าพวกเขาอยู่กันได้อย่างไร ก็เลยไม่แปลกที่จะเกิดความขัดแย้ง ระหว่างชนชั้น ที่สะเทือนใจที่สุด คือ น้องที่แม่ยังสาว แล้วพ่อเป็นเด็กปั๊ม เคยมีลูกมาก่อน แล้วให้คนอื่นเลี้ยง แต่ตัวเองก็ยังมีลูกออกมาอีกคนทำไม ทั้งๆที่ตัวเองรับผิดชอบไม่ไหว เห็นผูกสายเปลกับที่เตี้ยๆ แล้วข้างล่างมีแต่ขยะ เห็นแล้วมันหดหู่ โตมาแล้วเด็กคนนี้จะเป็นยังไง แล้วรอบๆก็มีแต่ปัญหายาเสพติด กลัวว่าเด็กเกิดขึ้นมา แล้วสภาพแวดล้อมแบบนั้นจะทำให้เขาเป็นแบบนั้นหรือเปล่า   

 

ถาม:  แล้วหลังจากที่ลงชุมชนแล้วคิดว่าตัวเองได้ประโยชน์อะไรบ้าง
น้ำตาล
: รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รวยมาก แต่เรามีโอกาสที่ดีกว่าเขา จะไปไหนมาไหนก็ได้ ขอเงินแม่ แม่ก็ให้ มีโอกาสได้อบรมได้เข้าค่าย ทำให้เราช่วยเหลือ คนอื่นได้ รู้สึกว่าเติบโตด้านความคิด เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เช่น บางทีอยากจะเรื่องมากมั่ง อยากจะเอาแต่ใจตัวเองบ้าง แต่ก็ทำไม่ได้ 
  

 

ถาม: ประสบการณ์นี้สร้างแรงบันดาลใจอะไรให้เราบ้างไหม
น้ำตาล
:    อยากจะช่วยเหลือคนเหล่านั้น เพราะตอนที่ไปนั้น เราไปดูเขา ไปศึกษาชีวิตเขา แต่ไม่สามารถช่วยไรเขาได้เลย เช่นมีลุงคนหนึ่งที่เขาติดยาม้า ตอนก่อนจะกลับเขาถามว่าจะช่วยอะไรลุงได้บ้าง มีเงินให้ลุงไหม แล้วทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจว่า ทำไมเขาต้องคิดแบบนี้ พูดแบบนี้  แล้วทำให้ย้อนคิดว่าเราจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไรบ้าง   
ทั้งๆที่มีคนอีกมากที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่เราไม่มีอำนาจ เช่น ความขัดแย้ง ความรุนแรง ที่อยู่ในหมู่บ้าน แล้วเราได้เรียนมาแล้ว แต่เราไม่มีอำนาจที่จะให้คน 2 ฝ่ายมาคุยกัน เพราะประสบการณ์เราก็ยังไม่มีเท่าเขา  ไม่มีอำนาจที่จะไปควบคุมเขาได้ ก็เลยอยากที่จะฝึกฝนตัวเอง แล้วก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์    

 

ถาม: นอกจากลงพื้นที่แล้ว  มีเรื่องที่ประทับใจในค่ายอะไรอีกบ้าง
น้ำตาล
: ประทับใจใจมิตรภาพ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนหลายคนจะมาอยู่ร่วมกัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ อาจจะไม่สงบมาก แต่บางทีอะไรที่ขัดแย้งก็ทำให้เรารักกันมากขึ้น  แล้วก็ประทับใจเรื่องสันติวิธี รู้ว่าความรุนแรงที่เราใช้กันนั้นมันไม่ได้ผลเลย อาจจะสามารถสกัดกั้นคนหนึ่งได้แต่ภายในใจมันขุ่นอยู่ แต่สันติวิธีอย่างน้อยเคลียร์ก็คือเคลียร์ไปเลย ไม่ต้องมีอะไรติดค้างในใจ
คิดว่าคนที่ใช้สันติวิธีได้นั้น คือ คนเหนือคน ต้องต่อสู้กับความขัดแย้งของคนอื่น แล้วก็ต้องต่อสู้กับภายในจิตใจของตัวเอง เป็นอะไรที่มันยากมาก ที่จะต้องต่อสู้กับจิตใจของตัวเอง แล้วก็ชนะ บางทีสันติวิธีก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ของการแก้ไขความรุนแรง  

 

ถาม: จากที่เรียนรู้คิดว่าอะไรที่เราจะนำไปใช้ได้จริงๆในชีวิตเรา
น้ำตาล
: สนใจทุกอย่างที่เรียน แต่บางทีก็ยังโมโหตัวเองที่เขาสอนไป เราก็ฟังไป แต่ก็หันไปคุยกับเพื่อนด้วย

 

ถาม: คิดว่าเรื่องไหนที่เราจะเอาไปพัฒนาต่อ
น้ำตาล
:  เรื่องสันติวิธี เพราะหนูเป็นคนที่ไม่ชอบความขัดแย้งเลย แต่อยากจะเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง เช่น จะมีบางคนที่เราไม่ชอบเลย แต่พอเราได้คุยกับเขาจริงๆแล้ว เหมือนภูเขาใต้น้ำแข็ง คือเมื่อเราได้เปิดใจคุยกับเขาจริงๆแล้ว ถึงรู้ว่าทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้ ทำไมถึงแสดงกิริยาอย่างนี้ ทำให้เราเข้าใจแล้วก็ยอมรับเขาได้มาขึ้น แล้วก็เป็นความรู้สึกที่ดีต่อกัน

 

ถาม: ถ้าอยากจะจัดค่ายนี้อีกคิดว่ามีอะไรที่น่าจะปรับปรุงบ้าง
น้ำตาล
: อยากให้ผู้เข้าร่วมหลากหลายกว่านี้ เช่น เอาตัวแทนจังหวัดละคน ให้ต่างคนต่างมา ไม่รู้จักกันเลย จะสนุกมากเลย  เพราะถ้าให้เขามาเป็นคู่ ก็จะอยู่แต่กับคู่ของตัวเอง ไม่แยกจากกัน แต่ถ้าต่างคนต่างมาก็จะได้พยายามไปหาคนอื่น  อยากให้แตกต่างมากๆ แล้วก็ให้มีการพักผ่อนบ้าง อยากไปทะเลบ้าง (เพราะเด็กเหนือไม่เคยเจอทะเล)

 

 

 ถาม: มีอะไรอยากจะฝากให้น้องๆรุ่นต่อไปบ้าง
น้ำตาล
: ค่ายนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดของช่วงชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง คงจะไม่เจอแบบนี้อีกแล้วแหละที่จะเอาคนหลายๆคนจากหลายๆที่มารวมกัน แล้วก็ทำให้น่าเรียนรู้ น่าสนใจ ถ้าคนที่ไม่เคยมา ก็อยากให้ลองมา พิสูจน์ด้วยตัวเอง ว่ามันล้ำค่าแค่ไหน ถ้าเราเกิดมาที่จะไม่เจอสิ่งที่แปลกใหม่บ้าง แล้วเราจะเกิดมาทำไม ถ้าเรารักการเรียนรู้ ก็เรียนรู้แต่สิ่งดีๆ ดีกว่า มาแล้วไม่ผิดหวังหรอก
neg4.jpg
 
ดาวน์โหลด
ปฏิทินงานสถาบัน
พบกับเราที่ Facebook
พบกับเราที่ Twitter
เว็บเครือข่าย
บลอกสันติวิธี
หนังสือฟรี
top
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี สำนักงานอธิการบดี ชั้น 2
มหาวิทยาลัยมหิดล 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์: 0 2849 6072-5 โทรสาร: 0 2849 6075 อีเมล: pewww@mahidol.ac.th