Ortho TriCyclen-LO

arrow หน้าแรก arrow ถอดบทเรียนกิจกรรม arrow สัมภาษณ์ นายพร้อมศักดิ์ จิตจำ Saturday, 23 September 2017  
 
<---ตั้งแต่ ก.ค. 54 ศูนย์ฯสันติวิธีและศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาฯ ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานเป็น "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา(สสมส.)"แล้ว
Search this site
จุลสารสานสันติ
ลุ่มน้ำสายบุรี
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 3435085
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สัมภาษณ์ นายพร้อมศักดิ์ จิตจำ PDF พิมพ์ ส่งเมล
ดัชนี บทความ
สัมภาษณ์ นายพร้อมศักดิ์ จิตจำ
หน้า 2

Image

    ชื่อ นายพร้อมศักดิ์ จิตจำ ชื่อเล่น ต้น

  อายุ 21 ปี   บ้านเกิด จ.นครศรีธรรมราช

  ศึกษา  ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

 คณะรัฐศาสตร์  สาขา การปกครอง

ถาม: ทำไมถึงเลือกที่จะมาค่ายนี้
ต้น
:
สืบเนื่องมาจากปีที่แล้ว เขียนใบสมัครโครงการนี้แล้วส่งให้สำนักงานคณะ แต่ใบสมัครมาไม่ถึง ก็เลยคิดว่าถ้าปีนี้มีค่ายอีกก็จะมา

แต่ก่อนที่จะมา ก็มีปัญหาอยู่คือ เป็นช่วงซัมเมอร์ซึ่งมีวิชาสำคัญตัวหนึ่งที่ต้องลงให้ได้ ก็คิดอยู่ว่าจะมาค่ายหรือจะลงซัมเมอร์ดี แต่ผมคิดว่า ทั้ง2 อย่างสำคัญเท่ากัน ถ้าซัมเมอร์ไม่ลงปีนี้ก็ต้องรอปีหน้า เพราะว่าไม่เปิดแต่คิดว่าโอกาสครั้งหนึ่งนะ คิดอะไรไม่ออกก็เลยโยนหัว-ก้อยดู ว่าถ้าเป็นหัว ก็ลงซัมเมอร์ ถ้าก้อยก็มาที่นี่ แล้วก็ออกก้อย

ผมก็เลยโทรหาพี่ศักรินทร์ กลุ่มดาหลา ก็บอกพี่เค้าว่ามา แล้ววันที่ไป ก็เป็นวันสุดท้ายพอดี เพราะถ้าส่งใบสมัครคงไม่ทัน เลยเขียนแล้วแสกนส่งไฟล์มาให้ พี่พร

สาเหตุที่มานี่ก็ตั้งใจอยากจะมาเก็บเกี่ยวความรู้ที่ไปทำงานในพื้นที่สาม จังหวัดชายแดน เพราะตั้งแต่ปี 2550 ที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัด ตัดสินใจที่จะเลือกเรียนม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี แทนที่จะเรียนที่ ม.วลัยลักษณ์ ม.เชียงใหม่ เพราะอยากลงในพื้นที่ อยากรู้ว่าทำไมเหตุการณถึงเป็นแบบนี้ เนื่องจากสื่อที่ถ่ายทอดออกมามันเลวร้ายมากๆ

ก็ตัดสินใจจะไป พ่อแม่ก็ไม่ให้ไป ก็เลยหนีไปสมัครทหารพราน แล้วฝึกอยู่ 3 อาทิตย์ แล้วบอกพ่อแม่ว่า จะให้เป็นทหาร หรือ จะให้ไปเรียน แม่ก็บอกยอมให้ไปเรียน 

พออยู่ในพื้นที่แล้วมันยิ่งผูกพันกับคนในพื้นที่ ผมเข้าไปอยู่มหาวิทยาลัย ตอนปี1  ในห้องมี 6 คน แต่ผมเป็นไทยพุทธ เพียงคนเดียวที่ เหลือเป็นมุสลิมทั้งหมด แต่สิ่งที่ได้ คือ มิตรภาพความเป็นเพื่อน  ขนาดบางครั้ง สิ้นเดือนไม่อะไรจะกินกันหุงข้าวหม้อหนึ่งต้มมาม่า กินกันทั้งห้อง ช่วงถือศีลอดก็เหมือนกันอดทั้งเดือนเหมือนเพื่อน  พอเปิดบวชก็ค่อยกินกัน ได้ไปบ้านเพื่อน

มันได้เห็นความเดือดร้อนของเขาจริงๆ ว่าภาครัฐไม่ได้เข้ามาช่วยเขาเลยมีแต่เอาสิ่งของ เงินไปให้ แต่สิ่งสำคัญที่เขาต้องการคือ จะมีใครสักคน เข้าไปเยียวยาจิตใจของพวกเขา ว่าพวกเขาได้รับความเดือดร้อนมากขนาดไหน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น       บางครั้งหน่วยงานจากรัฐเขาไปข่มขู่พวกเขา แล้วถ้าเป็นทหารเข้าไป พวกเขาจะปิดบ้านเลย

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผม อยากจะช่วยเขาแต่ไม่ใช่เพราะความสงสาร ไม่ใช่ว่าเขาต่ำกว่า แต่อยากจะช่วย 

หลังจากส่งใบสมัครเสร็จ พี่รินทร์ก็บอกว่า ไม่ติดนะ  ผมเสียใจมาก เพราะไม่ติด 2 ปีแล้ว แต่พอเขาคัดรอบ 2 อีกครั้ง  พี่รินทร์ก็บอกว่าต้นได้แล้วนะ ตอนนั้นอยู่สวนยาง ก็ลงจากสวนก็กลับปัตตานี แล้วก็มานี่ ก่อนมาก็คุยกับพี่ศักรินทร์ ถามพี่นัท(สมาชิกค่ายรุ่นที่ 1)  ว่ามาทำอะไรบ้าง   แล้วก็ตัดสินใจว่ามาที่นี่แล้วก็ต้องรับ และเก็บเกี่ยวให้มากที่สุด เพื่อจะสามารถพัฒนาตัวเอง และไปสร้างสันติภาพ และช่วยเหลือคนในพื้นที่

ถาม: การมาค่ายเกือบ1 เดือนได้ประโยชน์อะไรกับตัวเราบ้าง

ต้น: ได้รู้อะไรมากขึ้น บางครั้งเมื่อถึงช่วงหนึ่ง สิ่งที่ทำมา คล้ายๆความหยิ่งในตัวเอง แล้วจะมองคนอื่นต่ำ ซึ่งบางครั้งดูถูกคนที่ต่ำกว่าเรา

แต่พอมาค่ายนี้ สิ่งที่พยายามจะแก้ มันก็แก้ได้เรื่อยๆ เพราะการอยู่ด้วยกัน การเรียนรู้เรื่อง อำนาจ การทำกิจกรรมต่างๆมันสินให้เราเห็นใจคนอื่นมากขึ้น มองคนอื่นว่าเขาเท่าเทียมกับเรา ไม่ได้ต่ำกว่าเรามัน บางครั้งทำให้เราคิดว่าเหนือกว่าคนอื่น ปิดกั้นคนอื่น

แต่ตอนนี้สิ่งหนึ่งที่ ได้ การเปิดโอกาสให้ตัวเอง เปิดโอกาสให้คนอื่นมากขึ้น น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะบางครั้งถ้าเราใช้โอกาสของเรามากเกินไป กลับไปปิดบังโอกาสของคนอื่น มันทำให้โอกาสที่เขาจะพัฒนาตนเอง  โอกาสที่จะขึ้นมาทำงานนั้นมันไม่มี

อีกอย่างคือได้พัฒนาอารมณ์ของตนเอง เมื่อก่อนเป็นคนใจร้อน หลังจากทำงาน มาอยู่ค่ายนี้ทำให้คิดอะไรได้เยอะขึ้น พี่ๆเตือน  บางที  พี่แจว พี่ซันช่วยเตือน ทุกครั้งที่พี่เขาเตือน ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะไม่ฟัง แล้วจะโกรธ แต่พอเดี๋ยวนี้ก็เอามาคิดที่พี่เขาเตือน แล้วจะขอบคุณทุกครั้งที่พี่เขาเตือน บอกพี่เขา ตัวเรามองไม่เห็นการกระทำของตัวเอง แต่พี่ๆคนรอบข้างสามารถมองเห็นการกระทำของเรา เป็นเหมือนกระจกสะท้อนการกระทำของเราให้เราได้แก้ไขตัวเองมากกว่า



neg2.jpg
 
ดาวน์โหลด
ปฏิทินงานสถาบัน
พบกับเราที่ Facebook
พบกับเราที่ Twitter
เว็บเครือข่าย
บลอกสันติวิธี
หนังสือฟรี
top
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี สำนักงานอธิการบดี ชั้น 2
มหาวิทยาลัยมหิดล 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์: 0 2849 6072-5 โทรสาร: 0 2849 6075 อีเมล: pewww@mahidol.ac.th