Ortho TriCyclen-LO

arrow หน้าแรก Wednesday, 02 December 2020  
 
<---ตั้งแต่ ก.ค. 54 ศูนย์ฯสันติวิธีและศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาฯ ได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานเป็น "สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา(สสมส.)"แล้ว
Search this site
จุลสารสานสันติ
ลุ่มน้ำสายบุรี
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 4142460
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

23-06-2552 30 ปี ‘PNYS’ จัด ‘มหกรรมวัฒนธรรมมาลายู’ ยกชายแดนใต้ไปใว้ในกรุงเทพ PDF พิมพ์ ส่งเมล

30 ปี ‘PNYS’ จัด ‘มหกรรมวัฒนธรรมมาลายู’ ยกชายแดนใต้ไปใว้ในกรุงเทพฯ

โครงการสื่อสันติภาพเพื่อลดความรุนแรง
Peace Media to End Violence Project




‘PNYS’ ชื่อกลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวกันของนักศึกษาจากปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสตูลที่ขึ้นไปเรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพฯ ชื่อนี้เคยโด่งดังจนคนไทยจดจำได้แม่นหลังเหตุระเบิด 9 จุดที่กรุงเทพมหานครในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปี 2550 ทั้งที่กลุ่มดังกล่าวตั้งมานาน และเคยมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชนในแก่พี่น้อง ในชายแดนภาคใต้มาอย่างยาวนาน ถึงวันนี้กลุ่ม PNYS กำลังจะมีอายุครบ 30 ปี และจะจัดงาน มหกรรมวัฒนธรรมมลายูขึ้น ในวันที่ 23-24 มิ.ย.นี้ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพฯ
คนที่สงสัยว่าผู้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีชีวิตความเป็นอยู่กันอย่างไร รู้แต่ว่านับถือศาสนาอิสลาม แต่ศาสนาอิสลามคืออะไร อยู่ร่วมกับสังคมไทยและผู้คนต่างศาสนากันได้อย่างไร บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามุสลิมต้องละหมาด 5 เวลา แล้วละหมาดกันไปทำไม? วัฒนธรรมของพวกเขาเป็นอย่างไร เล่นสงกรานต์เหมือนเราไหม? ฉลองวันปีใหม่เหมือนพวกเราไหม? มีกิจกรรมเล่นดนตรีเหมือนพวกเราไหม? ข้อสงสัยทั้งมวลนี้จะได้รับการตอบภายในงาน มหกรรมวัฒนธรรมมาลายู

 งานมหกรรมนี้ถูกจัดขึ้น เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของกลุ่มนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (PNYS) มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยกลุ่มกิจกรรมนี้ เป็นการรวมตัวกันของนักศึกษาที่มีพื้นเพจากสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี (P) นราธิวาส (N) ยะลา (Y) สงขลาและสตูล (S) ซึ่งมีความต้องการร่วมกันเพื่อดูแลนักศึกษาที่มาเรียนและใช้ชีวิตอยู่ต่าง ถิ่นในเมืองหลวงแห่งนี้ ก็เหมือนกับนักศึกษาจากจังหวัดทางภาคอื่นๆของประเทศที่มีการจัดตั้งกลุ่ม เพื่อรวมตัวและดูแลซึ่งกันและกัน เช่น กลุ่มสุราษฎ์ กลุ่มพัทลุง กลุ่มรามชัยนาท เป็นต้น ประธานกลุ่ม PNYS ปี 2547 กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของการก่อตั้งกลุ่มคือ เพื่อให้มีการดูแลซึ่งกันและกันในด้านชีวิตความเป็นอยู่แล้วก็ยังดูแลกันใน เรื่องการเรียน รุ่นพี่แนะนำให้รุ่นน้อง สร้างกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดจากการเรียน และยังมีการทำกิจกรรมด้านประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งที่แสดงความเป็นตัวตนของตนเอง ทั้งยังช่วยคลายความคิดถึงบ้านให้กับทุกคนได้ด้วย

 กลุ่ม PNYS เองก็เป็นกลุ่มที่มีการแสดงวัฒนธรรมประเพณีของชาวมาลายูอันเป็นชนพื้นเมือง ส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่อย่างต่อเนื่องและโดด เด่น เช่น งานกวนอาซูรอ งานกีฬาสัมพันธ์ ค่ายอาสาพัฒนา เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทำให้พวกเขาถูกมองจากสังคม ด้วยความหวาดระแวง การแสดงวัฒนธรรมประเพณีของตนเองก็เป็นการสื่อสารให้กับผู้อื่นได้รับรู้ว่า พวกเขาก็ไม่ได้น่ากลัวหรือน่าหวาดระแวงเลย กลับกัน พวกเขาเองก็มีวิถีชีวิตที่ไม่ได้แตกต่างและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เช่น กัน

นับตั้งแต่การประโคมข่าวเรื่องเยาวชนกลุ่ม PNYS เป็นผู้ที่วางระเบิด 9 จุดในกรุงเทพฯ เมื่อช่วงปีใหม่ต้นปี 2550 กลุ่ม PNYS ก็อาจจะถูกสังคมมองในแง่ร้ายมาโดยตลอด ทำให้พวกเขาเองรู้สึกว่าสังคมได้ตราหน้าพวกเขาไว้แล้ว และพวกเขาเองก็เกิดความหวาดระแวงที่จะสัมพันธ์กับสังคมภายนอก ทำให้การสื่อสารกันเพื่อเกิดความเข้าใจยิ่งถูกกั้นด้วยกำแพงอคติสูงขึ้นทุก วัน สังคมน่าจะเปิดกว้างและเรียนรู้ความเป็นตัวตนของชาวมาลายู เพื่อให้เราเองได้เรียนรู้เขาก่อนที่จะตัดสินเขาเพียงเพราะข่าวที่ถูกนำเสนอ เพียงด้านเดียว งานมหกรรมนี้เป็นโอกาสดีที่เปิดประตูให้คนไทยได้ไปสัมผัสความเป็นมาลายูถึง เมืองหลวง โดยไม่ต้องเดินทางไกลมากกว่า 10 ชั่วโมง และหวาดผวากับความรุนแรงที่ดำรงอยู่ ซึ่งประธานโครงการนี้ได้กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้อยากให้คนภายนอกได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวมลายูมุสลิมจาก จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น และคาดหวังว่าจะทำให้พวกเขามองพวกเราในมุมมองที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

ภายในงานนี้ไม่เพียงแต่วัฒนธรรมหลากหลายของชาวมาลายูมุสลิมเท่านั้นที่จะถูก นำเสนอแต่ยังมีบอร์ดนิทรรศการแสดงวิถีชีวิตของชาวมาลายูมุสลิมในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์ความรุนแรงและปมปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ความเดือดร้อนต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านอันเกิดจากความ รุนแรง พร้อมทั้งวงเสวนาวิชาการเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ ซึ่งได้รับเกียรติจากแม่ทัพภาคที่ 4 พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายจาตุรนณ์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่เคยศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไข ก่อนจะส่งข้อเสนอน่าสนใจ 7 ข้อ ให้กับรัฐบาลทักษิณ แต่ถูกพับเก็บเข้าลิ้นชักนับตั้งแต่วันนั้น รศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เจ้าของผลงานหนังสือ ความเป็นมาของทฤษฎีแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ไทย นอกจากนี้ยังมีเวทีเรื่องขบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนเพื่อสันติภาพ ซึ่งจะเปิดเวทีให้ตัวแทนนักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ทำกิจกรรมโดยมุ่งหวังให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อ เนื่อง ได้มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันในฐานะคนรุ่นใหม่ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในมุมมอง ของพวกเขานั้นเป็นอย่างไร



 
เป็นงานที่ค่อนข้างครบเครื่อง เพราะนอกจากแง่มุมวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นสาระสำคัญหลักของงาน แต่ยังได้ทำความเข้าใจความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้จากปากของผู้ที่อาศัย อยู่ในพื้นที่เอง นอกจากนั้น พื้นที่จัดงานเองก็เปรียบเสมือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ย่อยๆ เพราะเยาวชนมาลายูทุกคนจะพร้อมใจกันแต่งกายวัฒนธรรมเพื่อให้ได้บรรยากาศความ เป็นมาลายูมากที่สุด และหลายคนอาจจะลืมไปว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้มาเรียนต่อในระดับอุดม ศึกษามากที่สุด เพราะฉะนั้น ที่นี่จึงอุดมไปด้วยกลิ่นไอของชาวมลายูอยู่เต็มเปี่ยมมามากกว่า 30 ปี การเดินทางเพื่อค้นหาความเป็นมลายูมุสลิมครั้งนี้คงน่าจะตื่นเต้นปนความสนุก สนานไม่น้อย แม้ความขัดแย้ง ความรุนแรง ความสูญเสีย มิอาจจะบรรเทาได้ภายในช่วงระยะเวลาอันสั้น แต่อย่างน้อยการได้จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมมลายูจะทำให้พวกเราได้ดื่มด่ำกับ ความงดงามทางวัฒนธรรม และยังให้ผู้ร่วมงานที่ไม่ใช่คนพื้นที่ได้ความรู้และอาจมีมุมมองต่อคนมลายู มุสลิมเปลี่ยนไปจากเดิมก็ได้
เพราะเชื่อว่า การการเรียนรู้ศึกษาซึ่งกันและกันในแง่มุมวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อ คือการทำความรู้จักกันอย่างแท้จริง

 

 
neg3.jpg
 
ดาวน์โหลด
ปฏิทินงานสถาบัน
พบกับเราที่ Facebook
พบกับเราที่ Twitter
เว็บเครือข่าย
บลอกสันติวิธี
หนังสือฟรี
top
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี สำนักงานอธิการบดี ชั้น 2
มหาวิทยาลัยมหิดล 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์: 0 2849 6072-5 โทรสาร: 0 2849 6075 อีเมล: pewww@mahidol.ac.th