เชิญร่วมฟังปาฐกถาพิเศษ "เศรษฐกิจอาหารท้องถิ่น ทางเลือกและทางรอดที่เป็นจริง?" โดย เฮเลนา นอร์เบิร์ก – ฮอดจ์ 
วันอังคาร ที่ 8 เดือน กันยายน ปี 2552 เวลา 10.00-14.00 น.
วันอังคารที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๔.๐๐ น. ณ ห้องประชุมสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ School for Wellbeing Studies and Research โครงการความเคลื่อนไหวเรื่องความสุขมวลรวมประชาชาติฯ
เครือข่ายตลาดสีเขียว สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา
กำหนดการ ๑๐.๐๐ – ๑๐.๓๐ น. ลงทะเบียนพร้อมรับประทานอาหารว่าง ๑๐.๓๐ – ๑๐.๓๕ น. กล่าวต้อนรับ โดย ผศ. สุรัตน์ โหราชัยกุล รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐.๓๕ – ๑๐.๔๕ น. แนะนำ เฮเลนา นอร์เบิร์ก – ฮอดจ์ โดย ภิกษุณีธัมมนันทา เจ้าอาวาสวัตรทรงธรรมกัลยาณี ๑๐.๔๕ – ๑๑.๓๐ น. ปาฐกถา เศรษฐกิจอาหารท้องถิ่น ทางเลือกและทางรอดที่เป็นจริง? โดย เฮเลนา นอร์เบิร์ก – ฮอดจ์ ๑๑.๓๐ - ๑๒.๓๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารออร์แกนิก) ๑๒.๓๐ – ๑๓.๐๐ น. ถาม – ตอบ เรื่องเศรษฐกิจอาหารท้องถิ่น ๑๓.๐๐ – ๑๔.๐๐ น. เสวนา ธุรกิจสีเขียวกับอาหารท้องถิ่น โดยผู้ผลิต และผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์ พอทิพย์ เพชรโปรี ผู้จัดการร้าน Health Me พฤฒิ เกิดชูชื่น ผู้จัดการบริษัท แดรี่โฮม จำกัด พลูเพ็ชร สีเหลืองอ่อน แกนนำกลุ่มเกษตรอินทรีย อำเภอสนามชัยเขต วัลลภา แวน วิลเลี่ยนส์วาร์ด ดำเนินรายการ ……………………………………………………………… หมายเหตุ : มีล่ามแปล และเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางสาวนุชจรีย์ มณีจักร์ โทรศัพท์ ๐๒-๒๒๒-๕๖๙๘ , ๐๒-๖๒๒-๐๙๕๕ อีเมล
เว็บไซต์ http://www.suan-spirit.com
เฮเลนา นอร์เบิร์ก-ฮอดจ์ (Helena Norberg-Hodge)
เฮเลนา นอร์เบิร์ก-ฮอดจ์ เกิดเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๔๖ ในสวีเดน ศึกษาด้านปรัชญา จิตวิทยา และประวัติศาสตร์ศิลปะจากมหาวิทยาลัยในออสเตรียและเยอรมนี ก่อนที่จะได้รับทุนนอม- ชอมสกี้ไปศึกษาต่อทางด้านภาษาที่สถาบันเอ็มไอที สหรัฐอเมริกา เฮเลนาพูดได้เจ็ดภาษา รวมทั้งภาษาดาลากี เมื่อ ค.ศ. ๑๙๗๕ เฮเลนาได้เริ่มโครงการลาดัก (Ladakh Project) ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นชุมชนระหว่างประเทศเพื่อนิเวศวิทยาและวัฒนธรรม หรือ ไอเส็ค (International Society for Ecology and Culture-ISEC) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตื่นตัวให้กับประชาชนทั้งประเทศฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ ให้เห็นถึงภัยคุกคามจากโลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจ ที่ถูกนำมาครอบให้กับชุมชน และประชาธิปไตยแบบดั้งเดิม รวมทั้งโลกที่ยึดถือวิถีธรรมชาติ ในขณะเดียวกันไอเส็คยังส่งเสริมการทำให้เศรษฐกิจเป็นของท้องถิ่นอย่างจริงจังอีกด้วย ไอเส็คได้ริเริ่มการรณรงค์ระหว่างประเทศหลายอย่าง และริเริ่มจากรากหญ้ามากมาย รวมทั้งการผลิตเครื่องมือทางด้านการศึกษาที่เป็นประโยชน์อย่างมาก เพื่อสร้างความรู้สึกผิดชอบให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่าในสังคม เฮเลนาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อกล่าวสุนทรพจน์และเข้าร่วมในการหารือประเด็นเหล่านี้ เธอเป็นนักพูดและนักกิจกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก มีบุคลิกที่อบอุ่น เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับความตระหนักถึงสาเหตุที่แท้จริง และผลกระทบของโลกาภิวัฒน์ เฮเลนาสนับสนุนคนในท้องถิ่นให้จัดตั้งโครงการพัฒนาทางนิเวศวิทยาของลาดัก (Ladakh Ecological Development Project) ขึ้น ซึ่งเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลสัมมาอาชีวะ (Right Livelihood Award) เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๖ เฮเลนาเป็นหนึ่งในบรรดานักคิดและนักกิจกรรมไม่กี่คนในวงการระหว่างประเทศที่ทำการต่อต้านกระแสของการทำให้เป็นสมัยใหม่ (Modernization) และโลกาภิวัฒน์ (Globalization) รวมทั้งสนับสนุนการเพิ่มอำนาจให้ชุมชน เฮเลนามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัฒนธรรมเกี่ยวกับศาสนาพุทธ ประสบการณ์ตรงเป็นเวลาหลายสิบปีของเธอในลาดักซึ่งอยู่ตอนเหนือของอินเดีย ทำให้เธอมีความเข้าใจและมีความมั่นใจในชุมชนแบบดั้งเดิมอย่างลึกซึ้ง ตลอดจนเห็นอกเห็นใจชุมชนแบบดั้งเดิมทั่วโลกอย่างยิ่ง
หนังสือเรื่อง อนาคตอันเก่าแก่ : บทเรียนจากวิถีธรรมชาติแห่งดินแดนธิเบตน้อย (Ancient Futures : learning from Ladakh) ของเธอได้กลายเป็นหนังสือกึ่งคลาสสิกที่ได้รับการแปลมากกว่า ๓๐ ภาษา ภาคที่เป็นวิดีทัศน์ก็แพร่หลายมาก โดยในนั้นแสดงให้เห็นถึงชนพื้นเมืองที่ตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามของการทำให้เป็นสมัยใหม่อย่างกว้างขวาง ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างลึกซึ้งและชัดเจนถึงแง่มุมในทางลบของการพัฒนา
หนังสือเรื่อง นำอาหารกลับบ้าน : ทางเลือกและทางรอดของเศรษฐกิจอาหารชุมชน ที่จัดพิมพ์ เป็นภาษาไทย โดยสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา เป็นการบอกเล่าถึงเรื่องราวขององค์กรโลกบาลที่มีอำนาจในการควบคุมปัจจัยการผลิตในภาคการผลิตของเกษตรกรและอาหารท้องถิ่น ฉายให้เห็นความจริงเกี่ยวกับธุรกิจอาหารและการเกษตรในโลกปัจจุบัน พร้อมเสนอทางออกโดยการเปลี่ยนแปลงอนาคตของอาหารให้กลับมาอยู่ในมือของประชาชนและชุมชนอีกครั้ง |